Kittirat 的个人资料WelCome To My Lifes照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
|
WelCome To My LifesKWANG 3月11日 ชีวิต...ละคร ละคร...ชีวิตใครว่าชีวิตเหมือนในละคร...ชีวิตกรูอ่ะ ยิ่งกว่าละครอีก!!
ณ. วินทีแรกที่ได้ยินคำพูดนี้ หรือ ได้เห็นประโยคนี้ก็ต้องคิดว่า โห.. เมิงคิดงั้นเหรอว่ะ แต่ชีวิตกรูก็ใช่ย่อยนะเว้ย....
ประมาณนี้...
ซึ่งแต่ก่อนผมก็เป็นครับ ชอบคิดอยู่เสมอว่า ชีวิตตัวเองที่เจอมา โห... อะไรว่ะ แม่ง มีคนที่โชคร้ายกว่ากรูอีกไหม
มีคนที่เจ็บขนาดกรูอีกไหม มีคนที่โชคดีเหมือนกรูไหม
มีคนที่คิดแตกต่างไปจากกรูไหม
โธ่ เอ้ย.... ไม่มีหรอก กรูนี้แหละ ของจริง ยิ่งกว่าละคร....
คิดเป็นยังงั้นอยู่นานเหมือนกัน
แต่มันเป็นความคิดที่ผิด...
ซึ่งผมพึ่งจะรุ้ตัวจริงๆ เมื่อไม่นานมานี้เอง
ว่า... จริงๆแล้ว ชีวิตทุกคนนั้น แหละคือละคร.. ที่มันมากกว่าละคร เพราะเราคิดว่าสิ่งที่เราเจอ มันมากกว่าที่เราเคยเห้นตามทีวีไงล่ะ
และสิ่งที่ทำให้ผมคิดได้ก็คือ... หลังจากได้โตขึ้นเรื่อยๆ ใช้ชีวิตผ่านไปเรื่อยๆ ขึ้นปีที่อายุ จะ21ในปีนี้ล่ะ
ผ่านเรื่องราวมากมาย มีประสบการณ์เยอะขึ้นเรื่อยๆ เจอผุ้คนมากขึ้น การใช้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ความคิด การพูดการจา เปลี่ยนไปมาก จริงๆแล้ว คนเราอ่ะ ไมได้รุตัวเลยว่า ได้เล่นละคร ที่เรียกว่าชีวิตกันอยู่ อย่างเต็มความสามารถ...
ขอย้ำ เต็มความสามารถจริงๆ..เต็มขนาดผมจะเรียกได้ว่าเวอร์ทีเดียว
บางคนใช้ชีวิตของตัวเองในละครเป็นพระเอกเวอร์ แม่งงง คิดว่าตัวเอง เจนสุดๆ แมน ดีทุกอย่าง..เวอร์
บางคนคิดว่าตัวเองดีที่สุด เหมาะกับคนท่ดีที่สุดเช่นกัน...เวอร์
บางคนแม่งก็ร้ายได้ใจ คำพูดคำจา ความคิด เป็นตัวร้ายได้สุดยอดถ้าอยากจะเป็น...เวอร์
บางคนก็เก้บตัวเงียบเป้นคนไม่ค่อยทำกิจกรรมอะไร เพราะคิดว่าตัวเองต้องเป้นคนเบื้องหลังตคลอดเวลา...เวอร์
บางคนเป็นคนที่คิดว่าตัวเองมีสเน่ห์ที่สุด ใครๆก็ต้องมาหลงรักและรุมตอม...เวอร์
บางคนคิดว่าตัวเองนั้น จะต้องพบรักแท้เข้าสักวัน เฝ้าตามหาแต่ เจ้าหญิง หรือเจ้าชาย แล้วแต่จะศรัทธา..เวอร์
บางคน แม่งอายุก้าวเข้าวัย21คิดว่าตัวเองรู้ทุกอย่าง เป็นทุกอย่าง ทำได้หมด อะไรๆก็เก่งไปหมด เป็นคนที่คิดนำคนอื่น มานั่งอัพสเปซเป็นปรัชญางมงายให้คนอื่นๆคิดตามกันไป นำความคิดคนอื่นตลอดเวลา ทำเป้นเข้าใจโลกมากกว่าคนอื่น และทำอะไรๆที่เป็นความหวังดี เพื่อให้คนอื่นๆรู้จักตัวเองมากขึ้น โดยบอกกับทุกคนตลอดเวลาว่า เป็นตัวของตัวเอง รู้จักตัวเองมากที่สุด ถ้าทำได้ ทุกอย่างก้จะดี และต้องเชื่อทุกสิ่งตามที่ไอ้คนวัย21 มันพูด ทำแม่งแต่เรื่องดีๆ จนมีคนบอกแต่ว่า เมิงอ่ะดีๆๆๆ แต่ก็ทำเป็นกระแด่ะ บอกกะคนอื่นๆว่า ไม่ชอบหว่ะคำว่าคนดี แล้วเมริงจะทำดีทำมายยย ถ้าเมิงไม่ชอบคำว่าคนดีอ่ะห๊า.... ไอ้คนสุดท้ายนี้... แม่งโคตรเวอร์..
ไม่รู้จะพิมบอกเล่าอะไรมาก สเปซก็กลับมาอัพแบบ..ปัดฝุ่นก็ไมได่ เพราะขี้เกียจอัพมาก แค่อยากจะระบายอะไรซํกอย่างแค่นั้นเอง...
ก็... สรุปล่ะกัน ว่า.. ชีวิตทุกคนมันยิ่งกว่าละครจริงๆว่ะ อยู่ที่ว่าจะแสดงบทอะไรตอนไหน แล้วก้เวอร์มากมายแค่ไหน บทละครนี้ไม่มีตัวเอกหรืตัวร้าย
เพราะอยู่ที่เราจะเลือกในชีวิตเองต่างหากว่าจะเกลียดใคร จะชอบใคร จะเป็นเพื่อนสนิทใคร และจลงเอยกับสิ่งไหน ในตอนไหนด้วย..
เพราะฉะนั้นพระเอก นางเอก ตัวร้าย ตัวดี จะเปลี่ยนไปเร่อยๆ บทบาทในละครของเราอาจจะคงคอนเซ)ต์เดิม แต่เปลี่ยนฉากไปเรื่อยๆ
ชีวิตแม่ง..... ยิ่งกว่าละครจริงๆ..
ปล.เราไปเจอเว็บที่สามารถดูได้ว่าใครบล็อค หรือดีลีทเมล์เราในเอ้มได้มา ตอนแรกก็ไม่เชื่อว่า มันจะจริงหรือจะมั่ว
แต่พอได้เทสต์แล้ว ปรากฏว่ามันจริง...
ก็ทำให้ได้รู้อีกอย่างนึงเหมือนกันว่า บางสิ่งแมร่งเป็นความลับ ไม่ควรรู้ก็อย่าไปเสือกรู้เลย ไม่งั้นก็มีแต่แย่เปล่าๆ ปล่อยไปก็ดีอยุ๋แล้ว...
ดันไปเจอชื่อเพื่อนในรายชื่อที่บล๊อคหรือดีลีทเราซะได้... ทั้งสนิทและไม่สนิท เห็นแล้วมันเสียความรู้สึก..เพราะถ้าเราจะดีลีทหรือบล๊อคใคร มันต้องเป้นอะไรที่ร้ายแรงป่ะ.. แต่ก็นานาจิตตังวนั้นแหละ ไอ้คนอัพสเปซตอนนี้ก็ยังทำตัวเป็นคนดีเวอร์เกินไป อยู๋ที่ว่าช่วงนั้น เขาจะแสดงบทไหนกะใครแค่นั้นเอง
ผมไม่แนะนำเว็บหรอกนะครับเพราะเว็บมันก็มาอยู่ในมือผมแบบคนส่งเขาก็มได้ตั้งใจเหมือนกัน แต่ก็ขอบคุณล่ะกันนะ มันจะรุ้สึกไม่ดีจริงๆ ถ้าไปเจอ คนที่แบบ... ไมได้ผิดใจอะไรกันหรือมีเรื่องอะไรร้ายแรงอ่ะ ดันมาลบ หรือบล๊อคเมล์เราซะได้อ่ะ.. มันไม่แฟร์ไงไม่รุแหะ...
อ่ะๆ อัพมาซะยาวสเปซแม่งก็ช้า แค่นี้ล่ะกัน.. ไปล่ะ อย่าคิดมาก
เด๋วชีวิตจะยิ่งกว่าละคร. แล้วจะกลายเป็นละครชีวิต
Exsodus 9月21日 คบไม่ได้ป้าง นครินทร์ กิ่งศักดิ์- คบไม่ได้
ฉันจะทำยังไง ในสัญญา เคยตกลงไว้ด้วยกัน ลองคบกันดู
ฉันคิดว่าคงทำได้ ไม่เสียใจ หากว่าเราไม่เข้ากัน ยังคบกันอยู่
แล้ววันผ่านไป "หมดเลยหมดใจไปรักเธอ"
พร้อมกันที่เธอ รู้แล้วว่า"ฉันยังไม่ใช่"
ขอเป็นอย่างเดิม เธอทวงคำนั้นที่พูดไป
ได้ไหม ยังเป็น"เพื่อนกัน"เสมอ..
* "เจ็บขนาดนี้" คงจะไม่ไหว "ทำตามไม่ได้" ที่บอกไว้ในสัญญา
อาจจะหลบหายไป "ไม่ต้องตามหา" ขอเวลาให้ฉัน...
"ตอนนี้ยังคบกันไม่ได้"
"ขอโทษเธอจริงๆ ฉันเสียใจ" ที่ทำอย่างคำไม่ได้ จงยกโทษเถอะ
"ฉันมันผิดเอง หมดเลยหมดใจไปรักเธอ"
พร้อมกันที่เธอ รู้แล้วว่า"ฉันยังไม่ใช่"
ขอเป็นอย่างเดิม เธอทวงคำนั้นที่พูดไป
ได้ไหม ยังเป็น"เพื่อนกัน"เสมอ..
(*)
"คงจะมีวันห้วนคืนมา กาลเวลาคงช่วยบรรเทาความช้ำ
พยายามเป็นเหมือนคนเดิม พออะไรมันเริ่มจะดี จะกลับมา..
เจอหน้ากัน.....
เหมือน...เคย...."
(*)
ถ้าใส่เพลงได้2เพลง ก็คงจะใส่เพลง ความเจ็บปวดของปาล์มมี่ลงไปด้วย
ขอโทษ ที่ยังตัดใจไม่ได้ "เพราะรักมาก" ขอโทษในที่นี้คือ ขอโทษเพื่อนๆทุกคนที่คอยเตือน แจ้ เฮียเก้ง
แต่ตอนนี้ กวาง ต้องตัดใจแล้วล่ะ บางทีอะไรที่ได้ยินจากปากเขาเอง มักจะเป็นอะไรที่ดีที่สุด
จะเป็นหมาหัวเน่า คนที่ไม่มีทางทิ้งไป คนที่ไม่ใช่ คนที่เป็นสิ่งกีดขวาง คนที่เอามีดแทงตัวเอง คนที่พูดความจริง
คนที่ใจไม่แข็งพอ คนสุดท้ายที่จะอยู่ข้างๆ คนที่เป็นโรคเครียด ตัวปัญหา วันที่21 วันที่22 รูปที่ครบรอบ100วัน เพลงอยู่กับเธอคนเดียว...
คนที่เสือก .. น้อยใจเพราะไม่เคยทำให้เขากระวนกระวายใจได้ คนที่คิดมากว่าตัวเองเป็นของตาย ตุ๊กตาแฮปปี้เบิร์ธเดย์
แหวน....
ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใด หรืออะไร ก็คงไม่มีค่าอีกแล้ว... เพราะเขาไม่ได้เลือกเรา..
ถึงแม้ว่าจะย้อนเวลากลับไปได้ เราก็ยังคงเลือกที่จะคบกับเขาอยู่ดี
เพราะมันเป็นช่วงเวลาสั้น2-3เดือนที่มีความสุขจริงๆ สุขมากๆ ถึงแม้ย้อนกลับไป เราก็จะหาความสุขนั้นอยู่ดี
ขอโทษเพื่อนๆ อีกครั้ง แต่ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว
แผลเริ่มจะมากขึ้นเรื่อยๆ เลือดใกล้จนหมดตัวเล้ว แต่ก็โทษใครไม่ได้เพราะเราเอามีดแทงตัวเองจริงๆ
โดยที่ไม่มีใครบังคับ มีแต่คนห้ามด้วยซ้ำไป...
ไม่ว่ายังไง ก็คงต้องจบซักที ซึ่งตัวปัญหาคนนี้ หายไปแล้ว
เขาคงจะมีความสุขจริงๆซักที...เมื่อไม่มีเรา
จบตรงนี้แหละ...ต่อไปคงเป็นเวลาที่จะต้องทำแผลและห้ามเลือดตัวเองจริงๆแล้ว
ถึงแม้ว่าแผลจะลึก แต่ก็คงจะรักษาหายได้ ถึงแม้จะมีรอยแผลเป็นก็ตาม
แต่ก็ต้องสมน้ำหน้า ที่ตัวเองทำตัวเองจริงๆ...
แล้วก็..จะล๊อค"รองเท้า"ให้อยู่กับตัวเองตลอดเวลา
และจะไม่ถอด ตลอดไป....
จะใส่ไว้แม้ว่าจะมีพรมก็ตาม.....
ขอโทษเป็นครั้งที่3จริงๆ สำหรับคนที่ยังจะเตือนเราแม้ว่าจะเอือมที่จะเตือน
แจ้ เฮียต่อ เฮียเก้ง อิ่มจัง ลูกแพร์ จั่น อ้าย เอก ฤทธิ์ ภูมิ ภูมิเล็ก โด่ง เตอร์ เจี๊ยบ อีฟ
ไข่มุก ชุ(ครุ) พลอย(ก๊าบ) ปุ้ย(พุ4) ตั๊บ เพชร อาราเล่ และคนอื่นๆอีก
ที่ทั้งบอก เตือน และทำให้เห็น เราขอบคุณจากใจจริง ว่ายังไม่เบื่อที่จะเตือนเรา
แต่ตัวปัญหาคนนี้จะจบตัวเองแล้ว
ขอบคุณ และขอโทษ..
"เวลาถึงมันจะเดินช้า แต่มันก็ไม่เคยหยุดเดิน"
"อดีตเป็นสิ่งเริ่มต้นของปัจจุบัน แต่ไม่ใช่ทุกอย่างของอนาคต"
"คนที่อยู่กับตัวเราเมื่อตอนที่เราแย่ที่สุดก็คือตัวเราเอง"<- -ขอบคุณอ้าย
ปล.หวังว่า การอัพสเปซครั้งนี้ คงจะไม่นึกถึงคนอื่นนะ.... นอกจากเราเอง
Exsodus... 9月12日 วันนี้ของนายกิตติรัตน์เอ่อ..ก็.. จากการอัพสเปซครั้งที่แล้ว ก็..ขอบคุณคนที่มาอ่านแล้วเม้นมากมาย
อยากจะบอกว่า เก่งมากที่อ่านรู้เรื่อง แม้แต่เรายังงงๆเองเลย 555 แต่ก็ขอบคุณที่มาเม้น
ไม่ว่าจะเป็นคนที่ยังเป็นเพื่อน รุ่นน้อง คนใกล้ตัว แต่ยังไงก็ตาม ...เราคิดว่าตอนนี้ทุกคนคือ"คนที่รักเรา"
และยังเป็นห่วงเราอยู่ ถึงแม้ว่าตอนนี้เราจะไม่มี"คนที่เรารัก"แล้วก็ตาม..แต่ก็ทำให้รู้ว่าการอยู่คนเดียว ก็มีความสุขดีนะ..
ก็...ตามเคยสเปซเรามักจะมีปรัชญาเล็กๆที่ให้คนอ่าน
อ่านแล้วคิดตามเช่นเคย ใครที่คิดตามทันก็จะรู้ความหมาย
แต่ใครที่อ่านแล้วไม่เข้าใจ ก็คงไม่เข้าใจต่อไป 555
โอเค...มาเรื่องที่วันนี้ อยากจะเล่าสู่กันฟังดีกว่า..คือเรื่องทำ"รองเท้า"สำหรับตัวเอง
วัสดุสำคัญสำหรับที่จะทำรองเท้าที่ดีคือ พื้นรองเท้า ที่มั่นคงและแน่ใจว่าไม่ทะลุไปที่พื้นเป็นสิ่งแรก
สำหรับพื้นรองเท้านั้น จากที่เคยได้เจอสิ่งต่างๆมา ทำให้รู้ว่า "คนในครอบครัว"เท่านั้น
ที่จะเป็นพื้นรองเท้าให้เราได้ ไม่ใช่ว่าเราจะเหยียบเขาเพื่อที่จะเดิน
แต่ว่า พวกเขาต่างหาก ที่จะไม่ยอมปล่อยให้เท้าของเราไปสัมผัสกับความเย็นของพื้นแน่นอน
เขาจะยอมรับทุกส่วนของเราแน่นอน เพื่อไม่ให้เราเจ็บ เราจะมองว่าพื้นรองเท้าเป็นสิ่งที่อยู่ข้างใน
ไม่มีลวดลายใดๆที่สวยงาม แต่ใครจะรู้ว่า พื้นรองเท้านั้นแหละ คือสิ่งที่เป็นเนื้อหนังแทนเราที่จะรับรู้ถึงความเย็นและร้อนของพื้นที่เราเดิน
ต่อไปก็เป็นส่วนผ้าข้างๆของรองเท้า จัดว่าจะมีลวดลายตามที่เราชอบหรือไม่นั้น
วัสดุขึ้นอยู่กับสิ่งที่เรียกว่า "เพื่อน" เพราะเพื่อนนั้นจะคยประคองให้ด้านข้างของเท้าเรา
ไปชนกับสิ่งอื่นๆที่เรายังพอมองเห็นได้ คอยกัน คอยปกป้อง
((แม้บางทีจะกันซะจนนิ้วก้อยเราพุ่งทะลุออกมาจากรองเท้าก็ตาม555))
ลวดลายที่เราจะได้อยู่ที่เราจะเลือก อยู่ที่ว่าจะเอาลายไหนมาผสมกับลายไหน
แน่นอนว่ามีมากมายให้เลือก เพราะเป็นรองเท้าของเรา แต่ถ้าเราเลือกมากไป
เราก็จะไม่ได้รองเท้าที่เป็นรองเท้าซักที จนบางทีเราก็จะหยุดตรงนี้
และทำให้เราเดินเท้าเปล่าต่อไป โดยทิ้ง"พื้นรองเท้า"ไว้ข้างหลังด้วย
เมื่อเราเลือกผ้าข้างรองเท้าและพื้นรองเท้ามาต่อกันเรียบร้อยแล้ว
รองเท้าจะกับเท้าเราอย่างแน่นหนามากที่สุดแน่นอนว่าจะต้องใช้
"เชือกผูกรองเท้า"
วัสดุสิ่งนี้สำคัญมากๆ เพราะถ้าหากเรามีรองเท้า แต่เราไม่มีเชือกผูก หรือว่ามีเชือก แต่ไม่ยอมผูก
ยังไงเราก็ใส่เดินไปได้แค่ไม่กี่ก้าวจริงๆ แล้วมันก็จะหลุดออกมา
เชือกรองเท้า เป็นสิ่งที่ยึดทั้ง2อย่างไว้กับเท้าเรา
วัสดุก็คือ "จิตใจตัวเอง"
ถึงแม้ว่า พื้นรองเท้าจะพยายามกันเราไม่ให้เท้าเราไปโดนพื้น
ถึงแม้ว่า ผ้าข้างๆร้องเท้าจะไม่ให้เราไปเดินเตะอะไรที่ทำให้เจ็บเท้า
แต่ถ้าตัวเราเอง ไม่ช่วยตัวเองก่อน คนอื่นๆก็ไม่สามารถที่จะช่วยได้ไหว
เมื่อเรามีเชือกรองเท้าแล้ว ควรจะผูกรัดทั้ง "คนในครอบครัว" และ"เพื่อน"
ให้อยู่กับเราให้แน่นที่สุด
แค่นี้เราก็จะได้รองเท้าที่ดี ปกป้องเราได้ และสามารถเดินและยืนหยัดได้ด้วยตัวเองจริงๆ
และแน่นอนว่า...รองเท้านั้น จะมั่นคง และอยู่กับเราตลอดเวลา
เพียงแค่ว่าเราจะเลือกที่จะถอดมันออกหรือเปล่าเท่านั้นเอง
เราก็แค่แก้"เชือกรองเท้าออก" เราก็จะถอดรองเท้าได้
แต่.... ตอนนั้นคุณต้องแน่ใจแล้วนะว่า..คุณสามารถที่จะเดินได้ด้วยเท้าเปล่า
เพราะรองเท้า สามารถไปกับคุรได้ทุกที่ไม่ต้องเลือกทางเดิน
แต่ถ้าคุณถอดรองเท้านั้น หมายความว่า คุณต้องมีทางเดินอื่นแล้ว ที่รองเท้าไม่สามารถไปได้
ขอย้ำ "ไม่สามารถไปได้"
แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
"มันก็คือทางที่คุณเลือกเอง"ทั้งหมด
ทั้งการไม่ใส่รองเท้า ใส่รองเท้า เดินมันพรม ใส่บ้าง ไม่ใส่บ้าง
ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวคน
เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็คงจะโทษคนอื่นไมได้เลยจริงๆ
จริงๆ จะอัพอีกเรื่องนะเนี้ย...เกี่ยวกับนิสัยบางอย่างของคน
ซึ่งตอนแรกเฉยๆมาก แต่ตอนนี้ เริ่มจะเกลียดนิสัยนี้มาก
เกลียดเป็นอันดับ2 รองจาก "ผิดสัญญาเลย"ที่เป็นอันดับ1เลย
ไว้..อีกสัก 4-5วัน อาทิตย์นึง ค่อยมาอัพล่ะกัน ไม่คิดว่าจะยาวขนาดนี้
ไปล่ะ
Edit เพิ่ม ณ วันศุกร์ที่14กันยายน 2550
เฮ้อ...เนื่องด้วย มีคนอ่านสเปซนี้
และเข้าใจผิดอย่างมาก และมีคำถามว่า สื่อถึงอะไร เพื่ออะไร
ก็เห็นได้ จาก คนที่มาเม้น ท่าทางจะมีคนเข้าใจผิดอยู่มาก
"เราเหนื่อยนะ" ที่เวลาทำอะไรแล้วมีใครคอยจ้องจับผิดตลอด
ทั้งๆที่เราก้เคยัพสเปซประมารนี้มาแล้วหลายครั้งแต่ช่วงนี้กลับโดนจับผิดบ่อยซะงั้น
ถ้ามีอะไร อยากให้ถามตรงๆ โทรมาก็ได้ เจอหน้าก็ถามก็ได้
แล้วเราก็จะบอกความจริง ที่เหมือนกันทุกคน ไม่คิดจะปิดบังอะไรอยู่แล้ว
แล้วก็ ขอความกรุณา ก็เข้าใจว่าบางคนมาอ่าน อันนี้ แล้วไม่ได้มีสเปซ
ก็ต้องมีการลงชื่อกันเวลาเม้น ขอให้ลงชื่อได้ก็จะดีนะ เพราะพวกเราก็บริสุทธิ์ใจกันจริงไหม
ประโยคที่จบไปนี้ หมายถึง คนที่เม้น คนที่2นะ เรารู้อยู่แล้วว่าเป้นใคร ขอบคุรที่เข้ามาอ่านนะ จากใจจริง
อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่าคุณยังสนใจเรื่องของผมอยู่
แต่ไหนๆแล้วก็ให้ลงชื่อกันไปเลยนะ แล้วจะกวนผม หรืออะไร ช่วยดูนิดนึงว่าควรจะพิมไหม
ประโยคที่เม้นยังงี้นะครับ โดยเฉพาะคุณ ถ้าเป็นผม คงไม่ทำนะครับ
เพราะว่า มันหักหน้าอย่างแรงเลยจริงๆ
ยังไงก็ขอบคุณอีกครั้งนะ ที่เข้ามาอ่านสเปซเรา และก็เราหวังว่าจะให้โอกาสเราเป็นเพือ่น
กับทั้ง คนที่เดินบนพรมกับคุณและคุณได้นะครับ แล้วก็ ยินดีที่เข้ามาเยี่ยมสเปซผมนะ ^^
อ่า..สุดท้ายนี่ Edit ก็คงไม่มี ถ้าเพื่อนผมคนนึงไม่เข้ามาถามผม ก็ขอบคุณเขาด้วยอีกคน
ขอบคุณที่ถาม และให้โอกาสเราที่จะพูด ตอนนี้เข้าใจตรงกันแล้ว ขอบคุณนะ
ก็...ท่าทา อัพสเปซทีบอกไว้ว่า เกี่ยวกับนิสัยคนที่ไม่ชอบ
เราคิดว่าคงจะอัพไมได้แล้ว โดยเฉพาะตอนนี้และช่วงนี้
ไม่งั้นก็คงจะโดนเข้าใจผิดอีก...
ไว้จะเอาเรื่องอื่นมาอัพละกันนะ^^
สุดท้ายนี่..... ก็ อยากพุดหน่อย
เหนื่อยจัง..
Exsodus... 8月13日 ความรักทั้ง3ความรักทั้ง3 ของที่จะเล่าต่อไปนี้... แค่อยากจะเล่าเท่านั้น ไม่ได้ต้องการอะไรทั้งสิ้น
ไม่ว่าจะเป็นการคิดถึงบุคคลในเรื่องว่าใครเป็นใคร ทำอะไร เมื่อไหร่ ที่ไหน และยังไง
เพียงแค่ว่าอยากจะเล่าเท่านั้น เนื่องจากดองสเปซมานานมากแล้ว...
เป็นไปได้ก็คิดซะว่าเป็นนิยายล่ะกัน พยายามอย่าคิดว่าใครเป็นใครในเรื่อง
ปล.ความรักทั้ง3เกี่ยวกับ ชายคนหนึ่งที่ชื่อนามสมมติ ว่า ปอ
ความรักครั้งที่1แน่นอนว่า..รักครั้งแรกมักมีแต่ความประทับใจเสมอ รักครั้งแรก ใครๆก็วาดไว้อยากให้มันสวยงาม ปอ จึงทำทุกอย่างให้ความรู้สึกที่มี การกระทำทุกอย่างให้มันดีที่สุด ให้มันเรียบร้อยที่สุด กับการที่เป็นรักครั้งแรกของตัวเอง เมื่อได้คบกัน ฝ่ายผู้หญิง ที่ชื่อ กอ ก็ดูว่า มีความสุขดีกับการคบกับนายปอ มีความสุขกับสิ่งที่ยาบปอ พยายามทำให้มันเป็นพรมที่เรียบที่สุด ในการเดินไปด้วยกัน เมื่อมีรอยยับ ปอ จะเข้าไปจัดแจงให้มันเรียบทันทีก่อนที่ กอ จะเดินไปถึง ปอทำยังงี้เป็นเวลา3-4เดือน กอ ก็เริ่มมีอาการเบื่อหน่าย กับสิ่งที่ดูอะไรๆมันง่ายไป สะดวกเกินไป กับทางที่มันเดินง่ายเกินไป มันเหมือนทุกอย่างเหมือนเดิมๆ ตลอดเวลา อะไรที่มันเหมือนเดิมตลอดเวลา มักจะทำให้คนธรรมดาเบื่อ เพราะว่ามันเดิมๆตลอดเวลาไม่มีเปลี่ยนแปลง... กอ ก็เลยบอกเลิกกับปอ ด้วยเหตุผลที่ว่า "แต่ก่อนเราชอบปอนะ แต่เมื่อได้เป้นแฟนแล้วก็เหมือนกับว่า ได้สิ่งที่ต้องการแล้ว ความต้องการก็จะลดน้อยลง แล้ว ก็เหมือนกับปอ เป็นคนอย่างนี้ ตลอดเวลา เราเบื่อกับสิ่งเดิมๆ"..... ความรักครั้งแรกของปอ จึงจบลง ทันที ด้วยเหตุผลก็คือเบื่อ...
ความรักครั้งที่2เมื่อผ่านสิ่งที่เรียกว่ารักครั้งนึงแล้ว ปอ จึงมีประสบการณ์อะไรๆมากขึ้น ในการดูแลคนที่ตัวเองคิดจะคบเป็นแฟน และรักจนหมดหัวใจเป็นคนที่2 ชื่อว่า พอ เนื่องจากว่า พอ นั้นพึ่งเลิกกับแฟนเก่ามา ไม่นาน ก็มาเจอกับปอ ซึ่งเป็นคนที่เฮฮา เป็นตัวของตัวเอง และสนุกตลอดเวลา จึงทำให้พอ รู้สึกดีๆกับปอด้วย และปอตอนนั้น ก็ได้รู้จักกับพอมากขึ้น จึงเกิดเป็นความรักครั้งที่2ขึ้นมา ปอ มีบทเรียนมาจากครั้งแรกแล้ว จึงทำครั้งที่2ให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ปอ คิดว่าการทำให้พรมให้มันไม่ยับนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดี เพียงแต่ว่าเขาจะเพิ่ม ดอกไม้ไปตามทางเดินทุกๆ100เมตร หรือทุกๆ500เมตรจะมีต้นไม้ใหญ่อยู่ด้วย เพื่อไม่ให้มันจำเจและซ้ำซากไป ปอ ทำยังีง้ไปได้แค่2เดือน แต่แฟนเก่าของ พอ ก็กลับมาจะขอคืนดีด้วย นายปอ ก็แฟร์และแคร์ พอ จึงถามว่า จะกลับไปไหม พอตอบอย่างมั้นใจว่า ไม่หรอก อยู่กับปอ สนุกว่า ปอดีใจมาก จึงพยายามให้ต้นไม้ทุกต้น ดอกไม้ทุกดอกนั้น มันสวยงามและพิเศษอยู่ตลอดเวลา แต่หลังจากวันนั้นมาอีก4เดือน ในทางเดินที่เป็นพรมนั้น ก็มีรอยยับ ที่พอ เป็นคนทำขึ้นมาเอง แต่เมื่อปอเห็น จึงเข้าไปแก้ แต่มันกลับกลายเป้นว่า ปอยิ่งทำให้เรียบ มันจะกลายเป็นการดึงพรมที่จะเป็นทางเดินต่อไปยับอีก และแฟนเก่าคนนั้น ก็เข้ามาไม่ได้มาทำให้พรมยับ แต่เพียงแค่ชอบกับการทำรอยยับของพอ และสนุกกับการดูปอ แก้พรม เพระยิ่งแก้ มันยิ่งจะแย่ไปเรื่อยๆ และเข้าเดือนที่4 พอก็ทำให้พรมยับมากขึ้นๆ จนปอ แก้ไม่ไหวแล้ว ต้นไม้ดอกไม้ก็เริ่มจะไม่สวยเพราะไม่มีเวลามาดูแล มัวแต่แก้พรมอยู่ทั้งวัน ปอ อ่อนล้า ทั้งร่างกาย สมอง จิตใจ สุขภาพแย่ลงไปตามที่ทำงานเพื่อ พอ แต่สุดท้ายแล้ว ปอ ก็เป็นฝ่ายที่จะบอกเลิกกับ พอ เอง เพราะไม่งั้นสุขภาพจะแย่ลงกว่านี้ แล้วคงจะตายในสักวัน พอ ได้เดินออกมาจากพรมทันที โดยไม่มีทีท่าว่าจะกลับไปเหยียบบนพรมนั้นอีก และทันทีที่ก้าวออกมา ก็บอกกับปอว่า "ขอบคุณที่แก้พรมให้ เราตั้งใจให้มันยับเองแหละ ปอจะได้เลิกยุ่งกับเราซักที เราจะเดินพรมอื่นที่เราอยากเลือกเอง พรมที่ปอทำให้มันก็ดี แต่ไม่ใช่พรมที่เราชอบ"....ความรักครั้งที่2ของปอ ก็จบ..โดยที่เป็นฝ่ายบอกเลิกเอง แต่ก็จบแค่ว่า พอ พยายามทำให้ปอเกลียด เพื่อจะจากไป เป็นแค่ทางเดินที่ พอ แวะมาเดินด้วยชั่วคราวเท่านั้น
ความรักครั้งที่3ครั้งนี้....เว้นระยะจากครั้งที่2นานมากไม่ใช่แค่ว่า ปอ เข็ดกับการมีคนมายืมทางเดินมาเดินด้วย หรือ เข็ดกับการทำอะไรซ้ำซากจำเจ เพียงแต่ว่า ปอ ยิ่งหามากเท่าไหร่ ยิ่งให้คนอื่นดูพรมที่ตัวเองปู และเชิญชวนให้มาเดินด้วยก็มีแต่คนไม่อยากมาเดินด้วยทั้งนั้น แต่ครั้งนี้ มีอยู่คนหนึ่งชื่อว่า วอ ซึ่งเป็นเพื่อนกันกับปอ คอยดูทางเดินของปออยู่สักพักนึง ได้รู้จัก ได้เห็นทางเดิน แต่ว่าตอนแรกนั้น วอ ได้มีทางเดินของตัวเองอยู่แล้ว ก็เลยไมได้คิด ที่แม้แต่จะมอง และปอก็ไม่คิดที่จะให้วอ มาเดินทั้ง2ทางด้วย แต่เมื่อได้รู้จักกัน และ วอไม่ได้เดินบนทางของใครเหมือนกัน ช่วงนั้นปอ ก็ได้คุยกับวอมากขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น จนปอ คิดว่า คนนี้แหละ จะไม่มีทางที่จะตั้งใจทำให้พรมเรายับแน่นอน และจะไม่มีทางเบื่อเด็ดขาด เพราะเราจะทำให้พรมนั้น มันมีทั้งเปลี่ยนลาย มีทางเดินหลายๆทางให้เลือก แต่ว่าก็ยังอยู่ในพรมผืนนั้นอยู่ดี และก้มีดอกไม้ตามทาง มีต้นไม้ และยังเพิ่ม ภูเขาเพิ่มแม่น้ำด้วย เผื่อบางทีต้องการหยุดพักบ้าง ปอ จึงชวนวอ มาเดินด้วยกัน วอก็ตอบตกลง ระยะเวลาในการเดินของปอ และ วอนั้น สั้นมาก แต่ก็มีความสุขมากที่สุด ปอ นับทางเดินของเขาทุกก้าวตั้งแต่เริ่มที่จะเดินกับวอ เพื่อจะทำให้ทุกๆก้าวมีความหมายสำหรับเขา2คน ดูแลไม่ให้มีรอยยับ เพราะเขามีบทเรียนแล้วว่า ถ้ารอยยับมันเกิดขึ้นข้างหน้านั้น ให้ไปแก้ที่ข้างหน้านั้นอีกหน่อยก่อน แล้วจึงมาแก้ตรงที่ยับ แล้วพรมก็จะเรียบเหมือนเดิม ปอ วางแผนทุกๆก้วของเขา แม้กระทั่ง นับเลยว่า ก้าวที่เท่าไหร่ เขาจะทำอะไรบ้าง แต่เขานับมากเกินไป... เพราะว่าก้าวที่เขานับนั้น ไม่มีวันไปถึง ...มันจบลงที่ว่า วอ ไม่ใช่แค่ทำให้มันเป็นรอยยับ แต่ วอ ฉีกให้มันขาดเลย ด้วยตัวของ วอ เอง แต่ปอ ก็ยังไม่ละความพยายาม พยายามเย็บ ทำให้มันเหมือนเดิมมากที่สุด แต่ก็เหมือนกับการฝืน พอเย็บตรงจุดนี้ให้มันเดินต่อได้ ทางข้างหน้าก็จะขาด และ ขาก และขาด ไปเรื่อยๆ เมื่อเป็นยังงี้ ปอจึงทำอะไรไม่ถูก เพราะมันมากมายเหลือเกิน วอ เลือกที่จะเดินไปในทางที่เป้นรอยขาดที่เขาทำไปเรื่อยๆ แต่ปอ เลือกที่จะเดินบนพรมที่ไม่มีรอยขาด แม้จะเหลือน้อยเต็มทีแล้วก็ตามแต่เขาก็ยังยึดมั่นอยู่วา นี่แหละเป็นพรมของเรา เราจะเดินบนพรมยังีง้ไปเรื่อยๆ แต่ว่า...รอยขาดนั้น มากขึ้น...จน มันไม่มีทางให้เดินต่อแล้ว แล้วทำให้ก้าวเดินต้องหายไป ต้นไม้ ดอกไม้ พรมลายใหม่ ที่ได้เตรียมไว้ ก็ไม่ได้เอาออกมาให้เห็นเลย ปอ เคยให้แค่ดอกไม้เขาดอกเดียวเท่านั้น แต่มันก็สายเกินไป เพราะเขาให้ตอนที่วอ ได้ยืนอยู่นอกพรมแล้ว
และข้างนอกพรมนั้น ก็มีพรมอีกหลายผืนคอยอยู่มาก วอลำบากใจมาก ที่จะเดินไปตามพรมเหล่านั้น เขายังไม่รู้ว่าจะไปบนพรมผืนไหน เพียงแต่ว่า เขาต้องการ พรม ซักผืน เพื่อที่เขาจะได้ไม่ยืนให้เขาเจ็บขา แต่ที่แน่ๆคือ เขาไม่กลับมาที่พรมของ ปอ แน่นอน เพราะมันขาดหมดแล้ว ด้วยการฉีกเพียงครั้งเดียวของวอ ปอไม่มีแรงและกำลังมากพอ ที่จะจะซ่อมพรมให้มันสวยงามเหมือนเดิม และจัดทุกอย่างที่เขาเคยวาดไว้ให้กลับเป้นเหมือนเดิม เพราะไม่มีใครช่วย เขาจึงได้แค่ บังคับให้วอ บอกเลิกเขา และไปเดินพรมผืนอื่นเถอะ จะได้ไม่เจ็บเท้า และสุดท้าย วอก็บอกเลิกปอ.."พรมของปอเป็นพรมที่เราคิดว่า ยังไงก็ดีกว่าทางเดินที่เราเคยเดินมา เราขอโทษ ที่ฉีกพรมของปอขาด แต่เรายังจะแวะมาเดินบ้างได้ไหมบางครั้งน่ะ ยังไงก็ช่วยเหลือที่ให้เราบ้างนะ ตอนนี้น่ะ เราไม่คิดจะไปเดินบนพรมของใครหรอก เรายังไม่พร้อมกลัวว่าเราจะทำมันขาดอีก"
แต่ว่า...ในความคิดปอนั้นกลับไม่ใช่เลย ปอคิดว่าการที่วอมาคบกับปอนั้น ปอคบกับวออยากให้วอมีความสุขกับพรมผืนนี้ ซึ่งเขาคิดว่าจะเป้นผืนสุดท้ายที่เขาจะปูแล้ว เขาตั้งใจทำมันมาก แต่ว่า.วอนั้นคบกับปอ เพราะว่า วอแค่เหงา แค่พึ่งเดินออกจากพรมใครคนนึง แล้วไม่มีรองเท้าจะใส่ ไม่คิดจะหาแม้กระทั่งรองเท้าจะมาใส่เพื่อยืนไว้ก่อน แล้วเห็นว่าพรมปอดูท่าทางอบอุ่นดี จึงมาอยู่ด้วยทันที และมาถึงตอนนี้ ก็มีพรมผืนที่ใหม่กว่าและไม่ขาด มาปูให้วอ ในทันที วอจึงไม่คิดจะหารองเท้าต่อไป เพราะในเมื่อมีพรมมาปูให้ จะได้ไม่เสียเวลาหารองเท้าต่อด้วย..... ความรักครั้งที่3 ที่ปอ คิดว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตเขานั้น ในที่สุดเขาก็ต้องมาเริ่มซ่อมมันใหม่ อยู่คนเดียวอีกครั้ง....ครั้งที่3 ได้มีบทเรียนที่ว่า การกระทำสามารถบอกสิ่งต่างๆได้มากกว่าคำพูด เมื่อดูจากท่าทีเมื่อวอฉีกพรม ท่าทีการเดิน การลาจาก และการดำเนินต่อ เขามีบทเรียนในชีวิตเขาทั้งหมด3ครั้ง......แล้ว เมื่อไหร่หนอ จะมีคนที่มาเดินบนพรมเดียวกับเขาได้ และช่วยเขาซ่อมเมื่อมีรอยยับ ช่วยเขาปลูกต้นไม้ตามทาง หาสิ่งอื่นที่ปอหาไม่ได้ มาประดับไว้ตรงทางเดินของปอ วันนั้น อาจจะมีมาถึงสักวัน... หรือ ไม่ก็....ไม่มีทางอีกเลย เพราะปอ พอแล้ว กับการได้บทเรียนจากความตั้งใจที่ทำลงไป แล้วสิ่งที่ได้กลับมาคือ กลับมาเดินใหม่ ซ่อมใหม่ และปูพรมใหม่...และจบชีวิตตัวเองลง อย่างเงียบๆ....คนเดียว...
ความรักทั้ง3ครั้งของปอ ได้สอนปอว่า... มันไม่มีไรที่สวยงามหมดหรอก เพราะโลกแห่งความจริง มันไม่ใช่สิ่งที่คิด ไม่มีอะไรง่ายอย่างนั้น
ไม่ใช่ว่าทั้งชีวิตปอ มีความรักแค่3ครั้ง ปอนั้นมีหลายครั้ง มาก แต่ว่าไม่มีใครมาเดินบนพรมด้วยเลย มีแค่3ครั้งนี้เท่าน้น ที่เขายังจำจนถึงทุกวันนี้...
ก็....จบแล้วนะ สำหรับนิยายเรื่องนี้ คุณเก่งมาก ที่อ่านมาถึงบรรทัดนี้ได้ เราอัพเรื่องนี้นานมากเลย เป็นนิยายเรื่องเล่าเรื่องหนึ่ง ชอบไม่ชอบก็บอกได้นะ เพียงแต่ว่า ขอแค่ว่า อย่าเอาใครในเรื่องไปแทนใคร หรือถ้ามันเหมือนกับคนที่คุณรู้จักก็ไม่เป็นไร เพราะเรื่องนี้อาจจะไปตรงกับเขาก็ได้ เพียงแต่ว่า เราขอว่าอย่าคิดว่าอะไรไปแทนใคร เท่าน้นเอง จุดประสงค์คือ แค่อยากเล่าเท่านั้น..... ขอบคุณมากที่อดทนอ่านมา
ปล.ถ้าอ่านมาถึงขนาดนี้แล้วไม่เม้นนี่...มันก็ยังไงอยู่นะ อิอิ
ปล.สเปซไม่เน่าแย้ว^^
Exsodus.... 6月13日 สิ่งกีดขวางสิ่งกีดขวาง : Big Ass
หากฉันเลือกที่จะยื้อต่อไป
ก็ยิ่งทำ ให้เธอสับสน ก็รู้ ฉันกลายเป็นเพียงใครบางคน
ที่เป็นคนขวางทางเธอ ความรัก เมื่อมันต้องเริ่มจืดจาง คนอย่างฉัน ก็คือส่วนเกิน วันนี้ เหลือเพียงหนึ่งทางที่จะเดิน คือต้องเดินไปจากเธอ ไม่เป็นไร ฉันคงไม่เป็นไร เจ็บแค่ไหน..ที่สุดจะคุ้มกว่า ในวันนี้ฉันขอเป็นคนบอกลา ดีกว่าเป็น คนที่กีดขวาง * อยากบอกว่ารัก.. ครั้งสุดท้าย ก่อนที่ฉัน.. จำต้องบอกลา อยากบอกว่ารัก.. รักเธอเสมอ ก่อนจะเดิน ไปทั้งน้ำตา จบกันเสียที รักอันยิ่งใหญ่ ไม่มีอีกแล้ว.. ฝันอันยาวไกล ชีวิตฉันต้องเริ่มใหม่ กับการไม่มีเธอ ก่อนนั้น เธอเคยมีค่าอย่างไร ในวันนี้ยังเป็นอย่างนั้น จากนี้ แม้มันต้องทนทรมาณ ฉันจะทนมันให้ไหว ไม่เป็นไร ฉันคงไม่เป็นไร เจ็บแค่ไหน..ที่สุดจะคุ้มกว่า ในวันนี้แม้ต้องลาจากด้วยน้ำตา ดีกว่าเป็นเพียงสิ่งกีดขวาง.. (*) กับการไม่เหลือใคร.. แต่ก่อนจะจากไป.. จำไว้ฉันรักเธอ.. เราคงจะรีบร้อนทำเกินไป
ทำไว้ตั้งแต่ครบรอบ2เดือน
แล้วราจะรอให้ครบ3เดือนไว้ๆ
เพื่อที่จะได้ครบ100วัน
แต่เราคงจะฝันไกลไปหน่อย
.....ขอบคุณเวลาที่มีค่า.....ที่เคยมีให้
Exsodus 5月21日 2 Month Anniversary!!!!เย้....แล้วก็ผ่านมาเป็นเวลา 2เดือนแล้วครับทั่น!!!!! ^^.....อิอิ
บางที่ก็รู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วจัง บางที เวลาก็ผ่านไปช้าจัง
แต่ส่วนใหญ่แล้ว...เวลาที่เรามีความสุขมักจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ได้ว่า 2เดือนของเรานั้น มันเร็วจริงๆ เร็วมาก!!!
เพราะทุกเวลาที่อยู่กะกรัต่าย เรามีความสุขตลอดเวลาจริงๆ
ทำไมเวลามานผ่านไปเร็วยังงี้อ่ะ ....อยากให้ช่วงเวลาดีๆอยู่กะเราไปนานๆ
และตลอดไปจังเลย แต่เรื่องราวนี้คงจะเกิดขึ้นไมได้ ถ้า
ไม่มีคน2คนช่วยกันสร้างมันขึ้นมาอ่านะ
เมื่อกลับไปดูสเปซเมื่อคราวที่ครบรอบ1เดือนนั้น กับวันนี้..ที่2เดือน มันเร็วมาก
แต่เราจะทำให้สิ่งเหล่านี้คงอยู่ต่อไปเรื่อยๆ ตลอดไปเรื่อยๆ นานไป เรื่อยๆ มั่นคงเรื่อยๆ
เราจะไม่ยอมให้กระต่ายเสียใจ หรือให้กระต่ายคิดมากเลยนะ
ทุกครั้งที่กระต่ายยิ้ม ... เราจะยิ้ม
ทุกครั้งที่กระต่ายหัวเราะ ...เราก็จะหัวเราะ
ทุกครั้งที่กระต่ายมีคามสุข ... เราจะมีความสุขมาก
ทุกครั้งที่กระต่ายเสียใจ ... เราจะร้องไห้
ทุกครั้งที่กระต่ายไม่สบายใจ ... เราจะคิดมาก
ทุกครั้งที่กระต่ายเศร้า คิดมาก เครียด ... เราจะพยายามทำทุกอย่าง
เพื่อให้กระต่ายกลับมามีความสุขนะ.... "เราสัญญา"
คราวนี้อาจจะอัพน้อยไปหน่อยเพราะว่าไม่ค่อยมีเวลาเล่น
ช่วงนี้เล่นดนตรีบ่อย ซ้อมดนตรีบ่อย ก็..เลยไม่ได้มาเล่นเอ็ม
ไม่ได้มาอัพสเปซ ไม่ค่อยได้คุยกับใครเท่าไหร่
รวมถึงกระต่ายด้วย...อย่าพึ่งน้อยใจนะ...
ก็...ใช้เวลาช่วงนี้ไม่กี่1นาที อัพสเปซตรงนี้ล่ะกันนะ
^ ^
รักทุกคนที่เข้ามาอ่าน
แต่รักคนที่เข้ามาอ่านแล้วมาเม้นมากกว่า
แต่...
รักกระต่ายที่เข้ามาอ่านแล้วรู้สึกดี แล้วหายเครียด แล้วก็คิดมากมากกว่านะ
เราว่าปัญหาที่เข้าในชีวิตของเรานั้นมีกันทุกคนแหละ
มันเหมือนเป็นบททดสอบมากกว่า
ว่าเราสามารถจะอยู่กัยมันได้ไหม
ถ้าเราเลือกที่จะไม่สู้ ไม่เดินต่อไป เราก็จะไปไหนไมได้ เดินย้ำอยู่ที่เดิม
ไม่มีการพัฒนา และก็จะไม่มีวัคซีน หรือเกราะป้องกัน ปัญหา
ที่อาจจะมีเข้ามามากกว่านี้ หรือร้ายแรงกว่านี้
เพราะฉะนั้นเราจะพยายามผ่านทุกปัญหาที่ผ่านเข้ามา
เพื่อที่เราจะได้เข้มแข็งและมีเกราะป้องกัน เพื่อปัญหาต่อไปที่จะเข้าๆมาได้
ถ้าแค่ปัญหาน้อยนิดยังแก้ไม่ได้ ปัญหาใหญ่ตามมา คงนอนรอให้ปัญหามาทับ จนตายอ่านะ
เราไม่ยอมหรอก
หวังว่ากระต่ายคงจะเข้าใจนะครับ^^ เราโอเค!!!
Exsodus 5月14日 ไปชะอำกับวาดตะวัน งับๆๆๆๆๆเมื่อ...วันที่11-13 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้ไปทะเล อีกแย้วววว อิอิ....รู้สึกดี ปีนี้ได้เที่ยวทะเลบ่อย ก็...ไปกับกลุ่มวาดตะวันหรือ กลุ่มที่ทำงานเลี้ยงเด็กด้วยกานนะเองงง สนุกมากมายยยย คนที่ไปมี เรา กระต่าย กิ๊ก ลี รัตน์ พี่ก้อย พี่แจ้ พี่ตี๋ พี่คอป พี่เก่ง พี่ร่ม พี่โจ๊ก พี่จ๋า พี่วา พี่น้อง พี่สุ่ย ทั้งหมด..16คนจ้า
จะเล่าเหตุการณ์...วันต่อวัน 3วันต่อไปนี้...
วันที่1.....
ไปถึงที่คณะสหเวชฯจุฬาเวลาประมาณ7.15 น.ไปพร้อมกะกระต่าย เพราะเขานัดกัน 7.30...แต่ปรากฏ...ไปเจอแต่กิ๊กคนเดียว -*- เพราะคนอื่นๆดันมาสายหมดแบ่งเป็น2กลุ่ม กลุ่มนึงเจอที่สหเวช อีกกลุ่มเจอที่สายใต้ นัดกะกลุ่มสายใต้ 8.15น. แต่กลุถ่มเราออกจากจุฬา 830 ครับทั่น!!! พลาด รถเลยครับ ก็เลยต้องไปรถเที่ยว9.30 น. ก็ขึ้นไปนั่งบนรถทัวร์อ่านะ นั่งนานมากมาย กว่าจะไปถึงที่นั่นก็.... 13.30น.ได้ ร้อนมากเลย ที่ชะอำ ไม่มีฝนซักแหมะ แล้วเราก็ไปกินข้าวกันก่อนหนึ่งมื้อ แล้วคร่อยเข้าที่พักกัน ชื่อว่า โกลเด้น วิลล่า... ที่พักเราเป็นบ้าน 2ชั้น 3ห้องนอน 3ห้องน้ำ... ห้องน้ำเยี่ยมมาก ประตูมีปัญหาติดขัดในการเปิดปิดทุกห้อง เวลาจะเปิดจะปิดทีกล้ามแทบขึ้น -*- แล้วก็ปล่อยให้พักผ่อนตามอัธยาศัยกันก่อน แต่..มันเหมือนเป็นรหัสบางอย่างที่ว่า...บ่อนกะลังจะเปิด ทุกคนขึ้นไปรวมตัวในห้องเดียวทันที และเล่นไพ่กันอย่างมืดฟ้ามัวดิน((ไม่ถึงขนาดน้านน)) ฝนก็ตกพอให้อากาศไม่ร้อนมากประมาณชั่วโมงนึง แล้วก็ออกไปเล่นทะเลกัน ผุ้ชายก็จะมาเตะบอลชายหาดกาน หนุกมากๆๆๆๆ เล่น10ลูก วันแรก แพ้ไป10-9 -*- ผู้หญิงตอนแรกก็จะเดินเล่นกันก่อน ((มีคนแอบไปกินกุ้งอบวุ้นเส้นด้วยที่ไม่บอกด้วย..ทายสิว่าใครเอ่ย)) แล้วก็มาลงทะเลพร้อมกะพวกผู้ชายอีกที แล้วก็ขึ้นมาอาบน้ำล้างตัว ไปกินข้าวเย็นกัน และ ไปเดินเที่ยวงานfood fairที่ชะอำจัดขึ้นพอดี โชคดีมากๆ ก็เดินดูของกิน และก็ไปดูคาบาเร่โชว์.....รู้สึดว่าตัวเองโชคดีที่สายตาสั้น ไม่งั้นคงจะเห็นของ..อะไรก็ไม่รุ้โยกไปโยกมา((กระต่ายบอกมีจี-สตริงด้วย แม่เจ้า มานกล้า!!!)) แล้วก็เดินกลับมา...เล่นไพ่กันต่อ ...แล้วก็นอน.....ประมาณเที่ยงคืนได้
วันที่2....
ตื่นประมาณ9โมงได้ ก็ล้างหน้าแปรงฟัน เดินๆอยู๋ในบ้านไม่ได้ทำอะไร กระต่ายมาปลุกตอนเช้า ทำให้มึนๆเล็กน้อย แล้วก็...ออกไปกินข้าวกัน ((ร้านเดิม ที่มากินตั้งแต่ที่มาถึงชะอำ ชื่อร้านกาญจนา))แล้วก็กลับมาที่บ้านพัก คุยเรื่อง โปรเจกงานต่อไป เป็นการเบรนสตรอมกัน จนถึงประมาณ 3-4โมง พี่โจ๊กก็ประกาศกร่าว...พักผ่อนตามอัธยาศัยเจอกันตอน4โมงกว่าๆครับ เหมือนทุกคนจะรู้ เดินไปข้างบนห้องเดิมอีกครั้ง และวงไพ่ก็เริ่มขึ้น เหอะๆ สนุกสนานมากมาย แต่เรากะกระต่ายขอถือโอกาสนั้นออกไปสวีทกานซะหน่อย อิอิ ไปเดินเที่ยวทลกาน2คน ไปถ่ายรูป กินโรตี เดินๆๆ คุยๆๆ และก็เห็นว่าน้ำขึ้นมา ก็เลยเล่นอะไรไมได้มาก เลยกลับมาสู่วงไพ่ 555 แล้วก็ออกไปเล่นทะเลอีกรอบ วันนี้สเปเชียลมาก เพราะเล่น บานาน่าโบ๊ท!! โอ้ แม่เจ้า เช่าไปครึ่งชั่วโมง แขนล่าสุดๆ ตกไปกี่รอบจำไมได้ แต่รูว่าคนขับมันกินยาม้าเข้าไปหรือไร เห็นเรามันส์ แม่งขับยังกะจะไปแข่งเจ็ตสกีที่ไหน แต่มันส์! ชอบมาก ... ตกไปกี่ทีไม่รู้ แต่อยากจะบอกว่า กระต่ายมอบโชว์เดี่ยว ลอยไปคนเดียวด้วย อิอิ นั่งคนที่2 เรานั่งคนแรก กระต่ายหายไปตอนไหนไม่รุ เหอๆ มีแต่เสียงตะโกนว่า "คนหายพี่" พอหันกลับไป เห็นแต่หัวกระต่ายลอยพ้นน้ำอยู๋ลิบๆ เหอะๆ ลอยๆ แล้วก็....ลงมาเตะบอลต่อ ด้วยสกอร์เอาแค่7ลูกพอ ((ปวดแขนมากๆๆๆ เพราะมานกระตุกมากเลย กล้วยเนี้ย)) ชนะไปอย่างขาวสะอาดวันนี้7-5 ((จริงๆยิงเข้านานล่ะแต่พี่โจ๊กไม่ยอม ประมาณ4-5ลูก))ส่วนผู้หญิงก็เล่นน้ำต่อ แล้วก็มาอาบน้ำกันตอนเกือบจะทุ่มนึง แล้วก็ไปกินข้าวกันร้านดิม แล้วไปเกะกานนน อิอิ ซัดไป3ชั่วโมง หมดเสียงเยย กลับมาถึงที่บ้านประมาณ ตี1 คิดอย่างเดียว จะนอนล่ะไม่ไหวล่ะ ง่วง.... แต่!! วงไพ่ยังคงเปิดอยู่ อิอิ ก็เลยไป ซักหน่อย แล้วค่อยเข้ามานอนตอนตี2กว่าๆเกือบตี2ครึ่ง
วันที่3...
ตื่นมาก็...10โมงกว่าๆ ปลุกกระต่ายเสร้จแล้วมาอาบน้ำ แปรงฟัน ก็ออกไปกินข้าวกะกระต่าย ไปเจอพี่น้องกะพี่วาและกิ๊ก นั่งกินอยู๋ กะเลยกินด้วย แล้วลีกะเก่งก็มากิน กินไปซักพัก อยากลองกินชาเย็นของทีนี้ เลยสั่ง.....เท่านั้นแหละครับ.....ข้าศึกแทบจะพังทลายประตุเมืองออกมาทันที ต้องขอเสียมารยาทพี่น้องพี่วา กิ๊ก ออกมาก่อนหลังจากคิดเงินเสร้จทันที กระต่ายก็หน้างงๆว่าจะรีบไปไหน เหอะๆ ขอโทษเน้อเรื่องนี้มันไม่คอยใคร- -" แต่เชื่อไหมครับ เหมือนสวรรคืกลั่นแกล้ง ห้องน้ำที่มานน่าจะเพอร์เฟกที่สุด((เพราะมีที่ฉีดล้างก้น)) มีคนเข้า!! ห้องน้ำที่ไม่ได้อยู๋ในห้องแอร์เพื่อรักษากลิ่น ส้วมเต็ม!! น้ำไม่ไหล โห...แทบร้องไห้ตอนนั้น ก็เลยหน้าด้านเข้าห้องแอร์((คือห้องน้ำมันอยู๋ในห้องแอร์ไง แล้วตรงประตูข้างล่างแม่งเจือกเป็นที่ระบายอากาศอีก))แล้วก็บอกพี่โจ๊กว่า " พี่โจ๊กครับ ผมขอถ่ายที่ห้องนี้ได้ไหมครับ" พี่โจ๊กหันมาหน้าเหวอ ประมาณว่า เมิงพูดว่าอะไรนะ แล้วก็บอกว่า"เอ่อ...ได้ รักษากิล่นหน่อยนะ รักษากลิ่นหน่อย" ..เหอๆแล้วก็ขอ...เซนเซอรืเหตุการณ์ต่อไป ((ที่จะเล่าไม่ใช่อะไร อยากจะบอกว่ามันทรมานมาก เวลาไปต่างถิ่นแล้วเจอเหตุการณ์นี้)) แล้วก็...นั่งเล่นไพ่กันต่อ แล้วก็..ขึ้นรถตอน14.40 น. ไปแวะซื้อของฝากกัน เฉลยบัดดี้ แล้วก็ถึง กทม.ตอน6โมง กว่าๆ ก็ไปส่งกระต่ายที่บ้านก่อน แล้วค่อยกลับถึงบ้านตอน4ทุ่มกว่าครับผม!!!
ขอบคุณ...พี่โจ๊ก พี่จ๋า ที่เป็นเจ้าภาพเรื่องของกินเยอะแยะมากมาย และรวมถึงค่าที่พักด้วยครับ
ขอบคุณ...พี่สุ่ย พี่คอป พี่ก้อย พี่ตี๋ พี่เก่ง พี่แจ้ พี่ก้อย รัตน์ กิ๊ก พี่วา พี่น้อง ลี ที่เป็นเพื่อนและพี่ที่ ทำให้3วันนี้ สนุกสุดยอดครับผม เจ๋งมากๆ
เสียดาย....แทน อะตอมที่ติดอัดรายการ สตรอเบอรรี่ชีสเค้ก...อย่าลืมนัครับวันที่26และวันที่3 ดูเพือ่นป๋มด้วย และพี่เชียร์ที่เป้นไข้หวัดใหญ่ ไว้คราวหน้าไปเที่ยวด้วยกันนะครับ
กระต่าย.....ขอโทษด้วยนะ ที่เราทำให้กระต่ายไม่พอใจหลายๆอย่างเลยที่ไป3วันอ่ะ แต่เราก็..หวังว่ากระต่ายจะมีความสุข สนุกกะการมาเที่ยวทะเลที่กระต่ายอยากมาที่สุดนะ^^ ก็...ขอบคุณในความรักที่มีให้นะครับ แล้วเราจะรักระต่ายให้มากกว่าที่กระต่าบรักเราด้วยนะ..... รักกระต่ายจ๊ะ 5月4日 สเปซเพื่อสมาร์ทคิดสมาร์ทแคมปฦรุ่นที่3((แต่เป้นครั้งที่2ของเรา))กลับ....มาแล้วสำหรับค่ายเด็ก ที่มีทั้งเด็กอนุบาล และ เด็กประถม
ที่เขาเรียกว่า Day Camp เพราะเป็นค่ายที่มาเช้า เย็นกลับน่ะเอง
หากผู้ใด ได้ติดตามสเปซมาตั้งแต่แรก ก็คงจะจำได้ว่าเราเคยทำมาแล้วครั้งนึง
ตอนเดือนตุลาคม..และก็ผ่านไปประมาณ6เดือน...ค่ายก็กลับมาอีกครั้ง
และเราก็ได้มีโอกาสร่วมทำค่ายอีกครั้งครับ!!!!
ก่อนอื่นเลย ต้องเล่าถึงเด็กๆที่น่ารักของอนุบาล
ที่เราได้ทำอีกครั้ง อิอิ คราวนี้คนน้อยมาก มีเพียงแค่35คนเท่านั้น
จากครั้งที่แล้ว62คน ทำให้สต๊าฟก็ต้องลดจำนวนลงไปเป็นเท่าตัวเหมือนกัน
ครูอนุบาลคราวนี้มี ครูก้อย ครูเชียร์ ครูอะตอม ครูกวาง และครูลี
ทุกคนทำงานกันอย่างขยันขันแข็งครับ
ทำให้ค่ายนี้เกิดเป็นความทรจำที่ดีอีกครั้งให้กะเรา
ทั้งความรู้สึกที่เราเป้นเด็ก กลับมาอีกครั้ง ได้เรียนรู้จิตวิทยาเด็ก
การรู้ถึงความรู้สึกของคนที่เป้นครูอีกครั้ง ได้รู้ว่าบางอย่างต้องลงมือทำไม่ใช่ศึกษาจากตัวหนังสือ
แล้วก็..รายชื่อเด็กๆ ที่คิดว่า..ต่อไปนี้ อยากจะเจออีกนะ แต่เมื่อไหร่ และที่ไหน
ไม่รู้ได้ แต่ว่า....แน่นอนว่าจะไม่ลืมทุกคนเลยนะ
น้อง....
เซฟ ปีย์ กันต์ ฝ้าย ชาลี นาย มาย มิว นิว พัฒน์ เกน ปุ๊อู๋ ทีที เจเจ ใหม่
ปุณณ์ ลีโอ เธียรเธียร แพร แพน แพรว เพิร์ธ แจ๊บ ไมโล การ์ฟิวส์ ภูมิ
แก้ม แนท ใบพลู ชนน พร้อม รัน นู ป็อป คิม
ขอให้โตขึ้นมา มีสุขภาพแข็งแรงทุกคน เป้นคนดีของสังคม
ถึงแม้ว่า คุณครูกวางคนนี้จะไม่ค่อยได้สอนสิ่งที่ดีๆให้เด็กๆมากนัก
แต่ว่า...ครูคนนี้ก็เป็นห่วงเด็กๆทุกคนนะครับ^^
แล้วเจอกันอีก.....ไม่ร้ว่าจะที่ไหนหรือเมื่อไหร่...
ปล.ขอบคุณ...กลุ่มวาดตะวันครั้งนี้ทุกคน พี่โจ๊ก พี่จ๋า พี่ร่ม พี่ตี๋ พี่แจ้ พีสุ่ย
พี่วา พี่น้อง พี่ปอย พี่ก้อย พี่เชียร์ พี่คอป รัตน์ อะตอม ลี กิ๊ก ที่ช่วยให้
มีประสบการณ์ดีๆอย่างนี้อีกครั้ง ถ้ามีอีก จะกรุณาก็จะทำอีกครั้ง
ขอโทษ...เพชร พลอย เจี๊ยบ ด้วย ที่ไม่สามารถให้มาทำงานได้ตามที่รับปากไว้
เป็นผลกระทบมากจายแรกน่ะ ทำให้คนน้อย ขอโทษจริงๆ
ขอโทษ...พี่เชียร์ พี่ก้อย ที่2อาทิตย์แรกผมทำตัวได้เหลวมาก
เหลวแหลกซะจนพี่ก้อยกะพี่เชียร์ต้องพูดเตือนผมเลย ผมไม่รุตัวจริงๆ
แต่พอพี่ผมจึงได้ข้อคิด และนำมาปรับปรุงทันทีในอาทิตย์ที่3ครับ
ครั้งหน้าถ้ามีโอกาสอีกจะไม่คิดอะไรง่ายๆ ทำอะไรลวกๆจะรู้ตัวตลอดเวลาแล้วครับ
ขอบคุณมากครับ พี่เชียร์ พี่ก้อย^^
สุดท้าย....ขาดไมได้เลย คือครูสอนภาษาอังกฤษคนเก่งของเรา
คุณครูกระต่าย....เย้!!!!!!
กระต่ายได้มาสอนภาษาอังกฤษเป้นเวลา3วันทุกวันพฤหัส แต่ว่าช่วงแรกๆจะมาทุกวันเยยยย
ทำให้เรามีความสุขเมื่อได้อยู่ใกล้ๆเวลาทำงานอิอิ
แต่หารุไม่ว่าเราหลงระเริงเกินจะทำงานเสียซะเอง แหะๆ
แต่ว่าคุณครุต่ายก็....ทำให้กวางคนนี้มีกะลังใจในการทำงานมากเลยนะครับ
ถ้าไม่มีครุต่ายอยู๋ล่ะก็..อาจจะนั่งเหงา แล้วหาเวลาโทรหาหลายวันวันละหลายครั้งแน่เลย
กระต่ายน่ารักที่สุดเลย อิอิ
คุณครุต่ายยยยย((เลียนแบบเสียงน้องเกน))
อ๋อ...แล้วก็....รักนะ กระต่าย^^
วันนี้44วันแล้ว เลขสวยๆ อิอิ
Exsodus
4月21日 happy HAppy HAPPy HAPPY!!!! ANNVERSARY!!!วันนี้....เป็นวันสำคัญวันหนึ่ง
- ไม่ใช่วันหยุดราชการ
- ไม่ใช่วันนักขัตฤกษ์
- ไม่ใช่วันจันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ หรืออาทิตย์
- แต่เป็นวันเสาร์ ที่21
ซึ่งถ้าใครได้ติดตามสเปซของกระผมจะรู้ได้ทันทีว่าวันนี้เป็นวันอะไร ((แทน แท่น แท๊น!!!!~))
วันนี้เป็นวันครบรอบ1เดือน ที่เราได้รักกระต่ายยยย
(เย้ๆ)
ต่อไปนี้จะเป็น บทความเกี่ยวกะการบรรยายความรักที่มีต่อกระต่าย
((คำเตือน;โปรดเตรียมถุงเพื่อใส่อาเจียนตัวเองด้วยขณะอ่าน
ไม่บังคับให้อ่าน แต่ถ้าผ่านเลยไปแล้ว จะเข้ามาสเปซทำไม จริงไหม?))
เรามาย้อนอดีตกันดีกว่าเนอะ
เริ่มจาก.... การพบเจอ
แน่นอน เริ่มจากที่ห้องญีป่น รู้จักหยกที่เป็นเพื่อนสนิทกระต่ายก่อน
เพราะตอนนั้นหยกมาทักว่า "คิตตี้...จำเราได้ไหม ที่เคยคุยกันไง"
บอกตรงๆว่าจำไม่ได้ ตอนนั้นรูสึกผิดมากๆๆ ก็เลยคิดว่า เราต้องจำเพื่อน
ที่มหาลัยให้ได้เร็วๆและเยอะๆซะแล้ว
พอมาอยู่ที่ห้องญีป่นปุ๊บ ก็เจอ กระต่าย พี่ปัทม์ หยก 3สาวพาวเวอร์พัฟ เกิร์ลในสมัยนั้น((มีสมัยด้วยเหรอฟะ))
ตอนนั้นแหละได้รู้จักกระต่ายยยยยย
ความรู้สึกครั้งแรก
เป็นผู้หญิงที่..หน้าตาน่ารัก และแปลก555 ไม่ได้แปลว่า เป็นสัตว์ประหลาด
แต่ว่า เป็นลักษณะเฉพาะตัว แปลกมากขึ้นไปอีกไหมเนี้ย
แต่ก็..เริ่มสะดุดตา ตั้งแต่ตอนนั้นก็ได้มั้ง
แต่ว่า.....เขามีแฟนแล้วครับ เราก็จึงไม่ได้สนใจอะไร
ต่อมา...การรู้จักตลอด1ปี
เชื่อไหมว่า เป็นแค่เพื่อนจริงๆ ต่างฝ่ายต่างไม่ได้คิดอะไรเลย
เจอกันคาบญี่ปุ่น แต่อยู่คนละห้องกัน
แต่วิชาอื่นๆก็เรียนรวมที่ห้องใหญ่ๆก็เรียนเหมือนกัน
จะมีก็แค่วิชาอังกฤษที่นั่งเรียนอยู่ข้างหลังกระต่าย
กระต่ายเป็นคนดีมากๆ และก็...บางทีก็มีความน่ารักจนอยากจะปกป้อง
แต่...ก็ทำได้แค่คิดเพราะว่าก็รู้ว่ามีแฟนแล้ว
แล้วความคิดนั้นก็หายไปหลังจากเกิดขึ้นได้เพียงไม่ถึง2วิฯ
เหตุการณ์...สานความสัมพันธ์
ก็...เริ่มจากมีเอ็มก็คุยกัน ปรึกษากันตามประสาเพื่อน
ทั้งเรื่องเรียน เรื่องสอบ บางทีก็มีเรื่องชีวิตเข้ามาเกี่ยวนิดหน่อย
แต่ว่าก็ไม่ได้คุยกันทุกครั้งที่ออนเจอ เพียงแค่คุยทุกครั้งที่มีปัญหา
แล้วก็..คิดว่าเพื่อนคนนี้ไว้ใจได้
ถึงแม้จะมีการชวนไปดูหนังกันก็ตามก็ไม่ได้ไปอยู่ดี
และแล้วก็ถึงเหตุการณ์ที่ไม่รุ้ว่าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ที่มันเรียกว่า"รัก"
คือ....เนื่องด้วยว่า ตอนนั้น กระต่ายมีปัญหาเกี่ยวกับใครคนนึงอยู่
เราจึงหวังดี ด้วยการเป็นที่ปรึกษาในความคิดของผู้ชาย
จึงได้คุยกันบ่อยขึ้น บ่อยขึ้น บ่อยขึ้น จนกลายเป็น...ไม่คุย จะรูสึกเหงาทันที
เราไม่รู้หรอกนะว่ากระต่ายเป็นไหม
แต่มีตอนที่เราบอกว่าจะไม่คุยกับกระต่ายน่ะ นั้นหมายถึงว่าเรารู้ตัวแล้วว่า "เราชอบกระต่าย"
แต่...พอได้เจอกระต่ายบ่อยขึ้น คุยมากขึ้น รู้จักมากขึ้น
ทำให้รู้ตัวเองอีกว่า "รัก"แล้วนะ
แล้วก็......จนมาถึงวันนี้....ถ้านับจริงๆน่ะ
มันไม่ใช่แค่เดือนเดียวหรอก มันนานกว่านั้น
เพียงแต่เราใช้คำว่าแฟนมาเป็นตัวนับกันต่างหาก...จริงไหมกระต่าย...
ก็...ต่อไปเป็นความรู้สึกที่มีต่อกระต่ายนะ
ก่อนการคบกัน
เราคิดอยู่อย่างเดียวเลยว่า กระต่ายจะคิดไหมว่า เราเลือกกระต่าย
เพราะว่าเราผิดหวังมาจาก คนนั้น หรือเราเหงา หรือแค่ว่าได้คุยกับกระต่ายเยอะ
จริงๆมันไม่ใช่เลย เรารู้สึกรักกระต่ายจริงๆ โดยที่ไม่มีใครยุ ไม่มีใครบอก ไม่มีใครพูดให้คิด
แต่มันมาเอง เรากลัวมากที่กระต่ายจะเข้าใจผิด และ....เราจะผิดหวังอีกครั้ง
หลังจากคบกัน
เราอยากจะบอกว่า เราสบายใจตลอดเวาลา มีความสุขมากๆที่มีกระต่ายอยู่กับเรา
เป็นห่วงเรา คอยดูแลเรา และหึงเราไม่ยอมให้เราไปชอบใคร((ถึงแม้จะเป็นเด็กอนุบาลชื่อน้อง ม. ก็เถอะ))
ทำให้เราได้รู้ว่ากระต่าย รักเราจริงๆ ไม่ใช่รักเพราะสงสาร ไม่ใช่รักเพราะว่าเราขอ
ทำให้เรารักกระต่ายมากขึ้นไปอีก มากขึ้น ทุกวันๆๆ ไม่มีลดน้อยลง ทำให้เรารู้ว่า
การมีคนเป็นห่วงเรา คอยมองเราทุกฝีก้าว เป็นสิ่งที่ทำให้เรามีกำลังใจที่จะทำอะไรหลายๆอย่างต่อไปเรื่อย
ถึงแม้ว่าเราจะทำไม่ดีกับกระต่ายไว้บ้าง มีทำอะไรแย่ๆใส่กระต่ายบ้างให้กระต่ายรุ้สึกไม่ดีบ้าง
แต่เราจะพยายามทำสิ่งแย่ๆให้น้อยลงนะ เพื่อจะได้คู่ควรกับการที่กระต่ายให้อะไรๆกับเรานะ
แล้วต่อจากนี้...ก็จะมากกว่า1เดือน เราจะรักษาสิ่งเหล่านี้ไว้ ให้มากกว่า2เดือน 3เดือน 6เดือน 1ปี หรือ...
มากกว่าเวลาใดๆที่เราจะมีได้ ...เราจะเก็บเกี่ยวสิ่งเหล่านี้
และจะทำสิ่งเหล่านี้ให้ดีที่สุด จะทำให้กระต่ายเป็นผู้หญิงที่ผู้หญิงคนอื่นอิจฉาที่สุด แน่นอนไม่ใช่เพราะความหล่อ
เพราะเราไม่หล่อ ไม่ใช่เพราะความสูง เพราะเราไม่สูง แต่ด้วยทุกสิ่งที่เรามีในตอนนี้ และต่อจากนี้ที่เรามี
เราจะทำให้กระต่าย มีความสุขมากที่สุดเลย...
"กวางรักกระต่ายนะ"
เวลา....ถึงมันจะเดินช้า แต่มันก็ไม่เคยหยุดเดิน....
นี้คือ1ใน2คติประจำใจเรา
ละเราจะพยายามทำเวลาทุกวินาทีให้สำคัญกับกระต่ายเสมอนะครับ
ก็.....ขอบคุณใครๆที่ทนอ่านมาถึงที่นี้นะครับเม้นด้วยเน้อ!!!!!!
^^ อ้อ แล้วก็.....
สเปซของกระต่ายของป๋มงับ ฝากด้วยนะงับ
เม้นของป๋มเสร็จ แล้วเม้นของกระต่ายต่อเลยก็ได้
ถือว่าเป็นโปรโมชั่น2ชั้นล่ะกัน อิอิ
ปล.Happy BirthDay ให้คุณแม่ใจ ของกระต่ายด้วยนะครับ ขอให้เงินมีทองนะครับ^^
Exsodus 4月8日 ทริปเที่ยวอ่างศิลา3วัน2คืนเนื่องจาก....ได้มีการวางแผนจะไปเที่ยวที่ทะเลกันโดยมีชายฉกรรจ์12คน ได้แก่ กวาง จักร พลู ฤทธิ์ ลิปโป้ ชาย เมฆ โด๊ว โอ๊ต ท๊อป เพชร ภูมิ((ขอโทษที่ลืมเน้อไข่มุก^^"))และตอนนี้ได้กลับมาถึงบ้านอย่างปลอดภัย จึงจะมาเล่าเหตุการณ์การเที่ยวครั้งนี้ให้ฟัง ณ บัด นาว
วันที่1...นัดเจอกันที่ ปทุมวันรีสอร์ท เพราะว่าจักรเจ้าของโครงการทริปอันนี้เป็นคนจองรถตู้
และมันคือที่พักของมัน และใกล้กับรถไฟฟ้าด้วยทุกคนมาถูก จึงมารวมตัวกันทีนี้ ตามสูตรครับ
นัดพวกมัน10.00น. พวกแมร่งต้องมากัน10.30-11.00น.อยู่แล้วครับ แล้วยังจะมีหน้าไปกินข้าวก่อน
ค่อยออกรถกันอีก ทำเอาคนขับรถตู้ถึงกับบ่นอุบว่าเด๋วกลับวินไม่ทัน พวกเราจึงรีบขึ้นรถกันทันทีหลังจากทานข้าวเสร็จ
เมฆ เจ้าของบ้านพักก็บอกทางไปอ่างศิลา บ้านเทียมแก้วกันทันที((แต่จริงๆแล้วจองรถตู้ไปพัทยา ทำเอาคนขับหัวเสียเล็กน้อย))
เมื่อมาถึงแล้ว บรรยากาศที่บ้านดีมาก ติดกับทะเลครับ..แต่ไม่มีชายหาด มีแต่โขดหินและหอย....- -" เดินพลาดกันไป
คงจะเลือดสาดกันเลยทีเดียว... และแล้วฝนก็กระหน่ำตกอย่างบ้าคลั่งทันที หลังจากที่เข้าไปอยู่ในบ้านพักได้ไม่นาน
ทำให้พวกเราไปไหนกันไมได้ จึงต้องนั่งอยู๋แต่ในบ้านเล่นกรตาร์กันร้องเพลง ดูทีวี เล่นSlaveกันไปตามอัธยาศัย
พอถึงมื้อเย็น แม่ของเมฆเจ้าของที่พักก็ใจดีครับ เลี้ยงปูพวกเราทันที4โล!!! เยี่ยมครับ เด็ดสะระตี่มาก แล้วเราก็สั่งปลามาอีก4ตัว
ข้าวผัดปูอีก4กล่อง หอยแมลงภู่อีก2-3โล หมดไปกะมื้อแรก2,090บาท แต่กินอย่างราชาครับ Sea Foodกันทันทีที่มาถึง
และแล้วพวกชายฉกรรจ์10คนที่ไม่ใช่ผม และ เพชรก็เริ่มดำเนินการตามแผนทันที คือ..สุรา ครับ พวกมันออกไปซื้อกันมา
วันนี้มี100Piper 4ขวด เบียร์ อีก4ขวด และคาราบาวแดง แกล้มสุราต่างๆ แม่งหมดไปเกือบ1,500... สุดยอดครับแล้วพวกมัน
ก็นั่งกินไป ร้องเพลง เศร้าไป ปรับทุกข์กันไป หัวเราะ ร่าเริง และที่ขาดไมได้...ไพ่ป๊อกครับ... สุดยอดแล้วของบรรดาเกมวัดดวงทั้งหลาย
วันแรกเป็นเจ้าครับ ได้ตังคืทันทีกินโอ๊ตขาวไป320 แต่ใจดีลดเหลือ140พอ ก็โอเคครับ คิดซะว่า เด๋วอีก2วันก็เล่นได้อีก ขำๆครับ
และแน่นอน การลูบอ๊วกก็มาถึง คนแรกเลย ท็อปครับอ็วกคนแรกเลย เรากะเพชรที่เป็นคนที่ไม่กินก็เลยต้องมานั่งลูบอ็วกทันที เหอะๆ
หมดไป1ศพทันที และหลังจากนั้นก็ กินดื่มกานต่อไป วันแรกได้นอน......ตี2กว่าๆ หมายถึงได้เข้าที่นอนนะ แต่หลับจริงๆอ่ะ ตี5เกือบ6โมง
เพราะพัดลมเป่าขาตลอดหนาวมากมาย.....หมดไป1วัน
วันที่2...ตื่นขึ้นมาด้วยเวลา10โมงได้ วันนี้พวกมันกะว่าจะเข้าไปบางแสนกัน ไปทำไมก็ไม่รู้ แต่ดีกว่าอยู่ที่บ้านตลอด ก็..กินข้าวเช้าอย่างหรูครับ
ด้วยขนมปังอบ มีแฮมด้วย เจ๋งโคตร แล้วก็ข้าวเที่ยงที่รอกันอย่างนานเป็นข้าวมีไข่ดาว+กระเพรารวมมิตรทะเลที่โคตรเผ็ดแต่แสนอร่อย
แล้วก็นั่งเล่นไพ่กานต่อ ได้มาอีกเกือบ200 แล้วก็ออกไปบางแสนกัน นั่งรถ2แถวที่เหมามา ไป..พอไปถึงพวกมันก็สั่งเบียร์กินกันอีก3ขวด..
นะ...แล้วไม่มีใครยอมลงเล่นทะเลเลย เรา เมฆ พลู ชาย ก็เลยโซโล่ บานาน่าโบ๊ทไปคนละรอบ มันสืครับทัน เปียกลงทะเลไป2ครั้ง มันจริงๆเหอๆ
แล้วพวกมันก็ยังคงไม่เปียากกันอยู๋ดีเพราะนั่งกินเบียร์ริมทะเลไปเรื่อยๆ นะ...มาทะเลแต่ไม่ยอมเปียก เยี่ยมจริงๆ((ไอ้เพชรมีการถามคนที่ขับเจ็ตสกีบานาน่าโบ๊ทว่า พี่ครับ เล่นกล้วยมันจะเปียกไหม....- -" บ่งบอกถึงไอคิวมันมาก))แล้วก็นั่งรถกลับมากินหอยทอด ข้าวต้มปลากัน ในเมือง....
แล้วพวกมัน((อีกแล้ว))ก็ซื้อทั้งเบียร์อีก4ขวด 100piperอีก2 คาราบาวแดง โออิชิ อะไรก็ไม่รู้สูตรผสมมัน โซดาอีกลัง เหอๆ แล้วก็เอาตังค์
ให้เราไปซื้อขนมเพราะพึ่งจะรู้ว่าเราไมได้กินเหล้า เพราะฉะนั้นเราจึงไม่ควรจะจ่ายค่าเหล้า เออ ดีๆ แล้วก้กลับมาที่บ้านตอน3ทุ่มกว่าๆ
นั่งเล่นไพ่กันถึงตอน5ทุ่มก็นั่งดูบอลกัน อ้อ ได้ไพ่มาอีก70บาท พอดูบอลเสร็จประมาณตี1กว่าๆ ก็มานั่งเล่นไพ่เหมือนเดิม ได้มาอีก60อิอิ
วันนี้นอนก่อนชาวบ้านเขาเพราะง่วงมากไม่ไหวแล้ว นอนเร็วกว่าเพื่อนๆเลยตี3กว่าๆ เหอะๆ นี้คือเร็วแล้วไปเดาเอาเองว่าพวกมันนอนกันกี่โมง
แต่ว่าก้ได้นอนจริงๆก็คือตี5เกือบ6โมงเหมือนเดิม เพระพวกมันยังคงเสียงดังเพราะเหล้ายังไม่หมด มาหมดเอาตอนเกือบ6โมง นั้นแหละครับ ถึงจะได้นอน
หมดไปอีกวัน.....
วันที่3...นอน....ตี3แต่ตื่น10โมงเหมือนเดิมครับ เพราะมันมีพวกทะลึ่งบ้อง แม่งไม่นอน รุ้สึกตัวตอน8โมงกว่าๆ ได้ยินเสียงเปิดโทรทัศน์ดูกัน
คิดในใจ พวกแม่งไม่นอนกันจริงๆเหรอว่ะ แล้วก็ผล่อยหลับไปอีกด้วยความที่ไม่มีแรงลุก พอตื่นขึ้นมารู้ว่า เราเป็นคนสุดท้ายที่ตื่น พวกมันตื่นกันหมดแล้ว!!
ประหลาดไหมล่ะ นอนเร็วสุด แต่ตื่นหลังสุด พวกมันทำกันไปได้เนาะ แล้วก็มานั่งกินข้าวกัน แล้วก็คุยๆกันว่าจะกลับยังไง อ้อ ลืมไปอย่าง วิน
ผู้ชายคนที่13ขับรถตามมาจาก กทม. พร้อมBlackอีกขวด..เข้ากลุ่มพวกมันทันที จึงแบ่งกันเป็น2กลุ่ม กลุ่มแรกกลับกับวิน มี เรา ภูมิ ฤทธิ์ จักร
กลุ่มนี้จามาลงกันที่หัวลำโพง อีกกลุ่มคือ เพชร ชาย ลิปโป้ เมฆ โอ๊ต ส่วนท๊อปกับโด๊ว ไปก่อนแล้วด้วยรถเพื่อน กลุ่มนี้จะกลับมาที่รถใต้ดินเพชรบุรี
ก่อนจะกลับได้นั่งเล่นไพ่อีก...ไม่ได้ไม่เสียครับ อิอิ แล้วก็นั่งรถวินกลับกันมา ไปแวะตลาดหนองมนกัน ซื้อของกันมาแล้วก็...วินโดนเป่าหูให้ขับรถมาส่งถึงรถไฟฟ้าสนามกีฬา อิอิ สบายๆ แล้วเราจึงนั่งแท๊กซี่กลับมาถึงบ้าน ครับผม!!!
ถึงกระต่ายน้อย.... เราไม่เคยคิดจานอกใจกระต่ายเลยนะคร้าบ ทั้งคนขายขนมหวานแถวบ้านและพนักงานคิดเงินที่เซเว่นอ่างศิลา
เขามาหยอดมุกใส่เราก่อนนะ เราไม่เกี่ยวนะครับT.T แล้วก็...รูปที่อยากให้ลบก็ลบไปแล้วนะครับ มีอะไรที่อยากให้ทำเพื่อความสบายใจก็บอกได้เลยนะครับ
จะทำให้น้า^ ^ แล้วก็....รายงานตลอดเยย อิอิ เหมือนกระต่ายไปเที่ยวด้วยกานเลย คิดถึงกระต่ายตอลดเวลาการเที่ยวเลยนะ
ยิ่งไปสระผมหลังจากที่ขึ้ยจากทะเลเป็นยาสระผมเดียวกาน ได้กลิ่นก็คิดถึงแย้วววว กลับมาถึงแล้วนะครับ ^ ^ แล้วจะได้เจอกันเนาะ!
ปล.ใครรู้บ้างว่าเราได้ หรือ เสียไพ่เท่าไหร่เอ่ย...อิอิ
ปล2.ลืมบอกไป มาเที่ยวครั้งนี้เสียแค่600จากตอนแรกที่รวมเงิน1,000และเมื่อหักลบกับที่ได้ไพ่ อิอิ 3วัน เป็นการเที่ยวที่ราคาย่อมเยาว์ไหมล่า!!!!
Exsodus 3月21日 ก็.....ก็...อันแรก...กลัวสเปซจาเน่าเลยมาอัพ
ก็....จะอัพเท่าที่ทำได้ล่ะกัน.......
ก็....มีแฟนแล้วนะครับ...บางคนอาจจะว่าผมใจง่าย ตัดสินใจเร็วไป...แต่ก็...ผมไม่สนใจหรอกนะ
ก็....ผมคิดว่า...ความรักมันไม่ได้พิสูจน์ด้วยการเวลา...บางคนรู้จักกันมาคบกันเป็น10ปี
ก็....รู้ตับไต้ไส้พุงกันอย่างดี ยังหย่าร้างกันได้
ก็....ผมเลยคิดว่า ความรักคือความรู้สึก ที่มันไม่ได้เกิดจากความตั้งใจ ที่จะให้มันเกิด....
ก็....ผมว่า ยิ่งเราตั้งใจทำให้มันเกิดเท่าไหร่ มันจะยิ่งเป้นความรักที่ออกมาแล้วหน้าตาไม่ดีมากเท่านั้น
ก็....เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าเวลามันไม่เกี่ยวกันเลย อยู่ที่ว่า...บุพเพฯจะอาละวาดเมื่อไหร่ ยังไง...และตรงกันไหม
ก็....จะบอกว่า.......รักนะ กระต่ายโง่......
ก็....อยากจะให้ฟังเพลง ที่ใส่ในมือถือไปจนเอียนเลยนะ
ก็....เชื่อใจเรานะ จะไม่ทำให้เสียใจแน่นอน
ก็....ถ้าทำให้เสียใจ อาจจะโดนรุมสกรัมยำTeenจากคนที่รู้จักหลายๆคนได้ เพราะเขาลุ้นกันมานานใช่ม่ะ
ก็....บางคน อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว คงจะคิดว่าผมใจง่ายมากๆ ที่เปลี่ยนใจจาก คนนั้น มาเป้นกระต่ายโง่ได้เร็วขนาดนี้
ก็....ผมคิดว่าสิ่งที่คุณคิดนั้นอาจจะถูก แต่สำหรับคนที่มีความรักอยู่ น่าจะรู้ว่า มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลย ที่เราจะมีความรักได้เร็วขนาดนี้
ก็....อยากให้คนที่อ่านช่วยๆกัน เม้นเยอะๆนะครับ เพราะผมเม้นครั้งนี้ได้เสี่ยวมากเยย
ก็....จะก็ไปถึงไหน!!!
ก็....ช่วยนับกันทีแล้วตอบคำถามผมทีว่ามีก็กี่คำ จนจบบล๊อคนี่นะครับ
ก็....โดน แท๊ค มาจากน้องบุ๊ค ((การแท๊คคือการต้องบอกความลับตัวเอง5อย่างให้คนอื่นรู้แล้วแท๊คต่อไปอีก5คน))
ก็....จะเริ่มแล้วนะ กะการแท๊คต่อ5คนต่อพร้อมทั้งบอกความลับ5อย่าง
ก็....ความลับอย่างที่1. ตอนนี้พึ่งเป็นแฟนกะ ต่าย วันนี้วันแรกครับ
ก็....ความลับอย่างที่2. เราบ้าซิลลี่ฟูลส์มากมาย เป็นวงที่มือกีตาร์ทำให้เราหลงใหลจนเกือบเป็นเกย์ นั่งแอบมองเขาเล่นกีตาร์ทีเดียว
ก็....ความลับอย่างที่3. ตอนนี้เราทำเพลงเองได้ครบ5เพลงล่ะ จะทำซัก11เพลง จะเอาเป้นอัลบั้มแล้ววางขายซะเลย
ก็....ความลับอย่างที่4. บ้านเรามีความใหญ่และยาวเท่ากับรถเมล์สีเขียว2ชั้น
ก็....ความลับอย่างที่5. เรามีแฟนมาแล้ว2คน
ก็....ต่อไปเป้นรายชื่อคนที่โดนแท๊ค5คน....1.ต่าย((ขอโทษนะเราอยากรู้ความลับอ่ะอิอิ))
ก็....2. ชุ ((แม่สาวพราวสเน่ห์))
ก็....3. ปาล์ม ((สุดยอดนักเม้นสเปซ))
ก็....3คนพอล่ะกันนึกไม่ออกล่ะ
ก็...ไปล่ะ
บะบาย
Exsodus
3月1日 ชีวิตคนเรามันสั้นวันนี้จะมาอัพแบบแอบเครียดและอาจจะสะเทือนใจหน่อยใครที่เป็นคนที่บ่อน้ำตาตื้น ไม่ควรอ่านนะ
อันนี้เตือนจริงๆ ไม่ได้เล่นๆ
เริ่ม..ชีวิตคนเราจริงๆมันสั้นมากๆ แปปเดียวเหตุการณ์ก็จะผ่านเลยไป ไม่ว่าจะดีหรือร้าย
พอจะนึกออกกันไหมครับว่า วันนี้ในปีที่แล้วพวกคุณทำอะไรกันอยู่..ผมนึกออกนะ
วันนี้เมื่อปีที่แล้ว ผมกะลังนั่งเครียดเกี่ยวกับการอ่านญี่ปุ่นอยู่ เพื่อจะเตรียมตัวสอบ เอ-เน็ต
พอนึกย้อนไปแล้ว มันช่างเร็วมากจริงๆ มากซะจนผมยังเสียดายกับเวลาที่ผมไม่สามารถ
จะเก็บเกี่ยวสิ่งดีๆไว้ในความคิดให้ได้มากกว่านี้เลย ....
จะเห็นได้ว่าเรื่องถึงแม้จะเกิดนานเป็นปี1แล้ว แต่ว่าเราก็จำมันได้
เพราะว่าเรารู้สึกเหมือนพึ่งเกิดเมื่อวานนี้เท่านั้นเอง เป็นการเล่นกลของเวลากับความคิดของเราเอง
ผมถึงจะพยายามบอกต่อไปว่า ชีวิตคนเรา มันช่างสั้นนัก สั้นไม่ใช่ว่าคนเราจะตายไว แต่ว่าเมื่อมารู้ตัว
อีกทีจะรู้ว่าอะไรๆก็ผ่านไปเร็วมาก มีอะไรที่ตัวเองยังไมได้ทำก็ให้รีบทำซะ ก่อนที่มันจะสายไป
ขอให้คิดดูดีๆนะครับว่า มีอะไรที่คุณควรจะทำ แต่ยังไม่ได้ทำอีกไหม.....
ระหว่างที่คิดนี่ ผมขออนุญาตเล่าเรื่องซักเรื่องนึงให้คุณฟังนะครับ..((ถ้าจะข้ามก็ได้นะครับเพราะมันอาจจะสะเทือนใจมาก))
มีอยู่ครอบครัวหนึ่ง พ่อได้ทำตัวไม่ดีบางอย่างจนทำให้แม่ ทนไม่ไหวอย่างมาก
โกรธพ่ออย่างมาก จนไล่พ่อออกจากบ้านไป ทั้งๆที่ไม่มีเงินติดตัวซักบาทเดียว
พ่อก็เลยไปต่างจังหวัด ไปบวชเป็นพระอยู่ที่วัด วัดหนึ่ง และได้ติดต่อกลับมาที่บ้าน
ส่งจดหมายเอย โทรมาเอย เพื่อมาคุยกับลูกๆ โดยที่แม่นั้นไม่ยอมคุยด้วยเพราะโกรธมาก
มีอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง ลูกได้ไปบวชเป็นสามเณรที่วัดนั้นกับพ่อ แม่ ก็ได้ไปบวชให้ลูกด้วย
พ่อนั้น ได้พยายามคุยกับแม่ แต่แม่ไม่ยอมคุยกับพ่อ จนเสร็จพิธีบวชและกลับบ้านมา
จนผ่านไปประมาณ...1ปีกว่าหลังจากที่ลูกได้ลาสิกขามาอยู่ที่บ้าน
ก็มี โทรศัพท์เข้ามาที่บ้านตอนกลางคืน บอกว่า..พ่อที่เป็นพระอยู่ในขณะนั้น
เสียแล้ว.....
ทั้งบ้านตกใจกันอย่างมาก และได้รีบไปที่รพ.ที่ต่างจังหวัดโดยด่วน
โดยที่ทางแพทย์ได้บอกแล้วว่า...ไม่สามารถช่วยชีวิตได้แล้ว แต่ยังมีเครื่องช่วยหายใจต่ออยู่
ถึงแม้จะมีโอกาสฟื้นก็คงจะเป้นเจ้าชายนิทราไปตลอดกาล
เมื่อไปถึง รพ.คำแรกที่แม่ ได้พูดออกมาทั้งน้ำตาและเสียงร้องไห้ที่ดังมากหลังจากเห็นร่างของพ่อ ก็คือ
"ลุกขึ้นมาคุยกันก่อน มานั่งคุยกันก่อนสิ ไม่ได้คุยกันมาตั้ง3ปี
ไม่คิดถึงกันบ้างเหรอ ลุกขึ้นมาถามทุกข์สุขกันก่อนสิว่าสบายดีไหม
ไม่เป็นห่วงชั้นบ้างเหรอที่ต้องเลี้ยงดูลูกๆเพียงคนเดียว
ลุกขึ้นมาคุยกันก่อนสิ..... อยากคุยด้วยนะ...จะทิ้งไปสบายๆกันยังงี้เหรอ..."
แล้วแม่ ก้ได้ ร้องไห้กันติดต่อกัน3-4คืน ร่างกาย ผอมลงมาก
แล้วก็เริ่มความจำไม่ค่อยดี เหมือนใกล้จะเป็นบ้าไปพักนึง
ถึงแม้ปากจะบอกว่าเกลียดพ่อ จนถึงไม่ยอมคุยด้วย ทำเป้นคนไม่รู้จักเพียงไร
แต่จริงๆแล้ว ก็ไม่ได้เกลียดขนาดอยากให้หายไปอย่างนี้
จนถึงเวลาที่แม่นั้น ทำใจได้แล้ว หยุดร้องไห้ กลับมากินข้าวได้เหมือนเดิม
ร่างกายแข้งแรงและความจำดีเหมือนเดิมก็ได้บอกกับลูกๆและทุกๆคน ในตอนนั้นว่า
"คนเรา...ถ้าไม่ได้ใช่เรื่องฆ่ากันตาย หรือเรื่องที่ถึงกับชีวิตจริงๆ
จะโกรธจะเกลียดกันแค่ไหน หรือถ้ามีคนมาขอความช่วยเหลือเรา
เราควรจะช่วยเขา คุยกับเขาไม่ใช่หายๆกันไปเงียบกันไป
เพราะถ้าตอนนี้เราไม่ได้คุยกับเขาหรือช่วยเขา...
แล้วเราต้องไปคุยกับรูปเขาในงานศพหรือร่างที่ไม่มีการตอบสนองแม้แต่เสียงเรียก
หรือไปช่วยเหลือเขาในงานศพของเขา...มันจะไปมีประโยชน์อะไร
ไม่มีใครรู้หรอกว่าชีวิตคนเราจะจบลงตอนไหน อาจเป็นวันนี้ หรือพรุ่งนี้ก็ได้"
ครับ...เรื่องนี้ สอนให้ผมได้รู้ว่า ตอนที่เรามีชีวิตอยู่ เราอยากทำอะไรให้รีบทำ ไม่ควรจะปล่อยสิ่งที่มัน
ไร้สาระเกินไป มาครอบงำเรา โดยเฉพาะเรื่อง ทิฐิ และ ความโกรธ จะทำให้เราทำอะไรให้สายลงไปจริงๆ
คุณผุ้อ่านคิดได้หรือยังครับว่ามีไหม ตอนนี้ผมคิดเรื่องของผมออกแล้วนะ
ก็...เมื่อ6เดือนที่ผ่านมา....ผมได้ทำเป็นไม่รู้จักกับคน2คนไป พูดยังงี้แล้วบางคนอาจจะรุ้ว่าใครแล้วนะครับ
ก็เป็นรุ่นน้องผมทั้ง2คน เหตุผลที่ผมทำเป็นไม่รู้จักคือ เขา2คนทำให้ผมโกรธมาก และ เสียใจมากๆเป้นเวลา4เดือนได้
และทำไมถึงเป้น6เดือน เพราะมันเป้นเวลาที่ผมได้เคยคบกับเขาไง แต่4เดือนคือช่วงเวลาที่ผมคิดว่าได้เสียไป
ตอนนี้ ผมได้ไม่รู้จักเขาเป็นเวลา6เดือนแล้ว ซึ่งมันน่าจะเพียงพอกับอารมณ์ของผมที่ผมตัดสินใจทำในตอนนั้น
และในตอนนี้....ผมจะทำเหมือนทุกอย่างเป้ปกติอีกครั้ง ก็คือ เมื่อเจอ ก็ทัก มีโทรคุย มีทักในเอ็ม
แต่ถ้าหากว่าเขาทั้ง2คน ไม่คิดจะคุยกับผม อยากจะเอาคืนผมล่ะก็ ตอนนั้นผมก็คงยอมแหละครับ
เพราะจากเรื่องดังกล่าวข้างต้น ทำให้ผมรู้แล้วล่ะครับว่า ถ้าผมปล่อยมันเป็นไปยังงี้คนเสียใจคือผมเอง ไม่ใช่ใคร
ผมไม่ได้บอกนะครับว่าเขาจะหายไปจริงๆ แต่ไม่มีใครขาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตอันใกล้และไกลนี้
ผมไม่ได้อยากจะโกรธหรือแค้นใครขนาดที่อยากจะให้เขาหายไปจริงๆซะหน่อย
ตอนนี้....ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว.... ชีวิตคนเรามันสั้นนะ อยากทำอะไร อยากเคลียร์อะไรรีบทำดีกว่า
ก็...ถ้าคิดได้แล้ว ช่วยบอกผมคนละหนึ่งเรื่องก็ดีนะครับ เพื่อเป็นการระบายสิ่งที่เก็บกดด้วย จะเป็นเรื่องเพ้อฝันก็ได้
ผมอยากรู้น่ะ ^ ^
ปล.เรื่องที่ผมเล่ามานี้ ไม่ต้องไปหาจากไหนนะครับมันไม่มี แล้วก็แน่นอน ผมคงไม่มีปัญญาแต่งขึ้นเองหรอก รายละเอียดขนาดนี้
จดจำอะไรๆได้มากขนาดนี้.. จะเป็นเรื่องราวอื่นไปไมได้นอกจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
ขอโทษที่ซีเรียสเน้อ^ ^" พอดีอ่านปรัชญา3ตัว + กับจะ20มีนาครบรอบวันเสียปีที่7น่ะ
ก็เลยนึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้ แล้วก็อยากแบ่งปันให้ทุกๆคนได้รู้น่ะ ว่ามีอะไรก็ควรจะทำๆซะนะ
ผมไม่เป็นอะไรในเรื่องที่เล่านี้แล้ว ไม่ต้องห่วง
ส่วนเรื่องคน2คนนั้น ถ้าเจ้าตัวเข้ามาอ่านหรือเพื่อนเขาเข้ามาอ่าน
ก็...ขอให้รู้เจตนาของผมด้วยนะ ^ - ^ ว่าไม่ได้คิดอะไรจริงๆ
Exsodus
2月23日 ลอย....เอ....พูดถึงคำว่าลอย จะมีใครนึกถึงอะไรบ้างนะ..... เช่น...
ว่าว ...ลอยอยู่บนฟ้า ติดลมๆ อืมม.....
กระโดด ...ตัวลอย อยู่บนอากาศ ขอเท้าดี อืม....
ผักบุ้ง ....ลอยฟ้า อร่อยๆ อืมม....
รถไฟ ....ลอยฟ้า ใช้บริการทุกวัน เพราะไปมหาลัย อืม....
ทะเล ...ลอย คอ อันนี้ ท่าทางจะลำบากเหอๆ อืมม....
โดนทิ้ง ...ลอยแพ เศร้า อืมม...
กระทง ...ลอยกระทง ประเพณีของคนไทย อืมม..
อังคาร ...ลอยอังคาร อันนี้ขออย่าให้ได้เกิดบ่อยนัก อืมม...
....อืมม... คิดไม่ออกล่ะ
วันนี้อยากจะกล่าวถึงคำว่า"ลอย"ในแบบที่เราใช้อยู่ตอนนี้
คำว่าลอยของเราในตอนนี้ หมายถึง ดีใจ มาก ซะจนเหมือนตัวลอยมาก
มีความสุขมากๆ จนถึงขนาดไม่รับรู้สิ่งใดทั้งนั้น รู้สึกว่าตัวจะเบาๆ
เคยเป็นกันไหม? เหอๆ
ตอนแรกก็คิดว่าเป็นคำพูดที่พูดกันงั้นๆว่า ลอยล่ะๆ
แต่พอช่วงนี้เกิดขึ้นกะตัวเองบ่อย จนรู้สึกว่า...
มันเหมือนจะลอยได้จริงๆเลยนะ...มีความสุขสบายมากอ่ะ
อิอิ
เหตุก็เพราะ คนๆนั้น เริ่มจะมีFeedbackกลับมาแล้วครับ ^ ^
ตอนแรกนึกว่าจะเป็นเราคนเดียวที่บ้า เพ้อ ไปข้างเดียวตลอดเวลา
นึกว่าจะได้แค่นั้น จะไม่ได้คุย ไม่ได้พูดกัน แต่ตอนนี้ได้คุยได้รู้จักกันแล้วครับ
ถึงแม้ว่าการพูด การเจอ การทักกันแต่ละครั้ง มันเหมือนเรื่องปกติก็เถอะ
แต่ก็ทำให้เรา ลอย ได้เลย....
อืม สรุปเหตุการณ์ก็... 1.ได้รับMsgหนึ่งอัน ในคืนหนึ่ง
เป็นMsg Gd Nite Forwardธรรมดา แต่มันไม่ธรรมดา
เพราะมันมาจาก คนนั้น ไง^ ^ ลอย~
2.รวบรวมความกล้าในการขอเบอร์มือถือ แล้วเขาก็ให้มาครับ
ถึงแม้ว่าจะออกแนวบังคับเล็กน้อย เหอๆ ลอย~เล็กน้อย
3.ให้ดอกไม้ แลคเชอร์113 กะเพลงแต่งเองในวันวาเลนไทน์
ปรากฎว่าเขายังเก็บดอกไม้กลับไปที่บ้าน
แล้วฟังเพลงแล้ว บอกว่าดี ^ ^
แค่นี้..ก็ลอยแล้ว~
4.ได้เบอร์หอเขามาคุยแล้วว อิอิ เพื่อนๆคงจะรู้
กันว่า เราโทรฟรีวันธรรมดาแค่6โมงเช้าถึง6โมงเย็นเท่านั้น
นอกจากนั้นจะนาทีละ5บาท แต่เราอยากคุยกะเขานานๆอ่ะ
ก็เลยขอเขาเลย แล้วเขาก็ให้มา...ด้วยความแอบรำคาญ..มั้ง
เหอๆ แต่ก็ ลอย~เพราะเบอร์บ้าน 3บาททำให้คุยได้นานมากมาย
5.อันนี้พึ่งเกิดขึ้นวันนี้ คือ ได้ถ่ายรูปคู่กับคนนั้น แล้วครับ!!
เพราะว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะได้เรียนในธรรมศาสตร์ของปี1
แล้วก็เป็นวันที่เจอเขาแน่นอนเป็นวันสุดท้ายด้วย ไม่รู้จะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่
รวบรวมความกล้า นั่งรอที่หน้าห้องที่เขาเรียน จนเขาเลิก.. แล้วก็ขอถ่าย
รู้สึกว่า... ตัวลอยมากๆๆๆๆๆ ที่สุด เหมือนไม่ได้ยืนอยู่บนพื้นเลยตอนนั้น!!!
ถ่ายเสร็จอย่างรวดเร็วมาก((ขอบคุณปลา แล้วขอโทษปลาในเรื่อง....ด้วย))
สุดยอด ลอย~ PeaK!!!!!
นี่เป็นเหตุการณ์ที่เราคิดว่าสำคัญกะเรามากๆเลยนะ
ก็....ไม่รู้ว่า คนนั้น จะคิดอะไรกับการกระทำพวกนี้หรือป่าว
เราไม่อาจรู้ได้หรอก แต่เราคิดว่ามันสำคัญกะเราทุกอย่างเลยนะ
แล้วก็..ขอโทษด้วย ถ้าทำให้ลำบากใจ และอึดอัดใจบางครั้งนะ
เราจะทำยังงี้ต่อปายย!!! จนกว่า คนนั้น จะบอกให้พอ..เอง
จะสอบปลายภาคทั้งหมด จบภายในอาทิตย์หน้าครับ
ก็....พยายามเข้านะเพื่อนๆทุกคน
ขอให้เกรดทุกอย่างออกมาเอนะ
แล้วก็น้องๆม.6 ขอให้แอดมิตติดทุกคนน้า!!!
ส่วน คนนั้น....ก็..อย่าโหมอ่านหนังสือมากนะ
นอนเยอะๆน้า ยังไงก็เก่งอยู่แล้ว
เอาเกรดมาแบ่งกานบ้างจิ อิอิ^ ^
ปล.ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้นะ สำหรับคนที่จะเม้น
กรุณาช่วยบอกด้วยว่า...มีเหตุการณ์ไหนที่ทำให้คุณ "ลอย"บ้าง
เราอยากรู้บ้างนะ ^ ^
Exsodus
2月3日 คอนเสิร์ต RestRoom ครั้งแรกวันนี้เป็นวันOpenHouse ของคณะศิลปศาสตร์ ที่ท่าพระจันทร์ ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี
ที่จะให้รุ่นน้อง ม.ปลายได้เข้ามาดูงาน และศึกษาว่าเอกอะไรเรียนเป็นยังไง และมีการแสดง
ของทุกเอกด้วย Restroomก็ได้รับเกียรติจากพี่เน รุ่นพี่ปี4 และศิลป์-ญี่ปุ่นรุ่น1 เชิญพวกเรา
ขึ้นไปเล่น ..ในตอนแรกนั้นจะเล่นเป็นวงแรก แต่ไปๆมาๆ ได้เล่นเป็นวงปิด...ยาวถึง5โมงเย็น
ได้กลับมารู้สึกอีกครั้งว่า การแสดงดนตรี ให้คนดูสนุกนั้น เป็นยังไง.... สนุกมากๆครับ..
ขอบคุณ พี่เน ที่ให้โอกาสพวกเราขึ้นเล่นนะครับ เป็นวงสุดท้ายด้วย แถมให้เราเล่นยาว อังกอร์อีก6เพลงรวด
((แต่จริงๆเตรียมไว้แค่7เพลง))
ขอบคุณ หลานอิ๊งค์ที่น่ารักของช้านนน ที่มาดูด้วย แม้จะมาทันอังกอร์ก็ตาม
ขอบคุณ พลูโต ที่ขึ้นมาแร๊พบางระจันให้เรา
ขอบคุณ เอกรัสเซียทุกคน โดยเฉพาะเม ถ้าไม่มีพวกแก งานคงไม่มีคนดู
ขอบคุณ ตั๊บ ปิ๊ม เจ้ง ที่อุตส่าห์เสียสละเวลามาดูน้า
ขอบคุณ ไก่คอนวอย และปลา เมเนเจอร์ สุดยอดผู้ช่วยแห่งวง
ขอบคุณ คนที่ตะโกน "ปาดับป้า" ในเพลงแค่ได้พบเธอ กับ"เ-ดเ-ย" ในเพลงเพียงกระซิบ กระหึ่มก้องปากจอว์มากมาย
ขอบคุณเพื่อนๆวงRestroom กฏ โด่ง หยอง จั่น ป๊อก ที่อดทนเล่นแมงถึง13เพลง เหอๆ มันส์พะย่ะค่ะ!!!
((ขอเพิ่มเติม.... ขอโทษ!!!!! ขอโทษ จริงๆ สำหรับน้องปิ๊ค ที่พี่ลืมบอกว่าพี่มีเล่นวันนี้ที่งาน ขอโทษมากมายจริงๆ จากใจ
((=/\=))
รายชื่อเพลงที่เล่นในวันนี้((เรียงตามลำดับที่เล่น))
1.หยุด - กรู๊ฟไรเดอร์
2.แค่ได้พบเธอ - พีโอพี
3.This Love-Maroon5
4.เพียงกระซิบ - แบล๊คเฮด ((ขอบคุณเสียงตะโกน))
5.เพลงลูกกรุง - แมว จิระศักดิ์
6.บางระจัน - คาราบาว
7.เปลี่ยน - ฟลัวร์
ชุดอังกอร์ เนื่องจากได้เล่นเพิ่มเพราะเวลาเหลือ พี่เน สั่งลุย!!!!
8.ข้าน้อยสมควรตาย - บิ๊กแอส
9.หวั่นไหว - บอดี้แสลม
10.ก่อนตาย - บิ๊กแอส
11.สองรัก - ซีล
12.เหล้าจ๋า - แบล๊คเฮด
13.วัดใจ - ซิลลี่ฟูลส์
ขอบคุณมากๆที่ให้เราได้มีเวทีไปสร้างความสุขให้กับทุกคน
ไว้มีโอกาสอยากจะไปอีก
โชคดี...
Exsodus..... 1月19日 ปัดฝุ่นสเปซซซอืมม.... เรามาปัดฝุ่นเสเปซน่ะ หลังจากหายหน้าหายตาไปตั้ง...3เดือนแน่ะ อิอิ ทุกครั้งจะอัพสัปดาห์-2สัปดาห์ครั้งเหอๆ แต่ไม่ค่อยมีเวลา + กะความขี้เกียจอ่านะ งั้นะจเล่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาอย่างย่อๆให้ฟังล่ะกันอ่ะ
ก็....หลังจากจบการเป็นครูแล้ว งานที่เข้ามาคงจะเป็น แข่งดนตรีล่ะมั้ง รอบแรก แล้วก็เข้ารอบ จนถึงรอบชิง แล้วก็ชนะเลิศอันดับ1มา รายการนี้ของธรรมศาสตร์ชื่อว่า ETC ConTest #4ขอรับ ชื่อว่าวง Restroom
มีรายชื่อสมาชิกคือ โด่ง หยอง จั่น ป๊อก กฏ และป๋มเองกั๊บ
ก็ได้มีโอกาสไปเล่นดนตรีที่งานสิงห์ดำ-สิงห์แดงมาครับ เหอๆ มีคนตีกัน ก็ผ่านไปอย่างโดยดี ((เกือบโดนตีนแล้วว))
ได้ไปเล่นที่เตรียมอุดมเนื่องในงานวักีฬาสี ในฐานะสั่วมา เหอๆ ได้เอาคืนตึก2 เมื่อปีที่แล้วที่เป็นลมได้แล้ว เหอๆ แอบสะใจ
ผ่านวันเกิดมาแล้ว ครบ19ปีแล้วครับ แล้วก็เกิน19แล้ว ตอนนี้สบายใจมากมาย อาการปวดหัวหายเป็นปลิดทิ้งแล้ว แอบดีใจมากมายที่ร่างกายกลับมาเหมือนเดิม นึกว่าจะเป็นขนาดที่ว่าจำไม่ได้ว่าตอนปกติเป็นยังไง
ส่วนเรื่องความรักก็....อย่างที่รู้ๆกันว่า เป้นคนที่ไม่มีโชคด้านนี้เอาซะเลย ก็ยังคงอยุ่คนเดียวเหมือนเดิม แต่ก็มีสนใจคนอื่นบ้าง แต่ก็...นะ คงจะยากอีกตามเคย เหอๆ อยุ๋กะเพื่อนๆ กะRestroom กับสั่วโซลไซตี้ ก็มีความสุขดีครับ
พูดถึงRestroom ได้มีโอกาสไปออดิชั่นที่ผับ กะว่าจะไปเล่นหาเงิน เหอๆที่2แห่ง แห่งแรกคือBooze 2 คือ Primp ปรากฏว่า แห้วแด๊กทั้ง2ผับครับ เอิ๊กๆ อาจจะเป็นเพราะยังไม่คุ้นเคยกับการรวมวงก็ได้เพราะเราไปออดิชั่นก่อนการประกวดอีก ทำให้ยังไม่ค่อยลงฟีลกันได้เท่าไหร่ แล้วจะต้องแกะเพลงฮิตๆสมัยก่อนด้วย เหอๆ ขอเวลาหน่อยล่ะกัน ช่วงนี้รู้สึกว่าฝีมือตัวเองถอยลง เพราะอยู่กะกฏ มันเก่งเหลือเกิน รู้สึกว่าตัวเองด้อย
ซิลลี่ฟูลส์!!! จะออกอัลบั้มใหม่แล้ว 555 นักร้องชื่อเบนจามิน ลูกครึ่ง อเมริกัน-เกาหลี ออกมา5เพลงเป้นอัลบั้มชื่อ มินิ เพลงสากลหมด เหอๆ อยากได้โคตรๆๆ ใกล้จะวางล่ะ ขายแค่3000แผ่นเท่านั้น ((แล้วมันเกี่ยวกะชีวิตเราตรงไหนว่ะเนี้ย))
เออ....Happy New Years 2007 ล่ะกันเหอๆ นึกไม่ออกล่ะ
ก็จะ...พยายามอัพละกันนะ จะได้เล่าอะไรละเอียดๆหน่อย พอรวมๆแล้วมาเล่าไม่ค่อยได้สาระเลยเนอะเหอๆ ขอโทษล่ะกานสำหรับคนที่เสียเวลามานั่งอ่าน ครั้งต่อไปจะอัพดีๆแล้วครับ^ ^
Exsodus.... |
||||||
|
|